พายุ
48 ชั่วโมงก่อนพายุ ทำตามลำดับนี้
พายุต่างจากแผ่นดินไหวตรงที่มันส่งสัญญาณล่วงหน้าได้หนึ่งถึงสองวัน ช่วงที่ประกาศเตือนออกมาแล้วแต่ฟ้ายังนิ่งอยู่นี่แหละคือทุนก้อนใหญ่ที่สุดของคุณ แต่มีเงื่อนไขว่าคุณต้องรู้ว่าอะไรทำก่อน อะไรทำทีหลัง บทความนี้แตกสองวันหลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ออกมาเป็นไทม์ไลน์ที่เดินไปข้างหน้าทีละขั้น
จำสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน
- พายุมีเวลาบอกล่วงหน้า ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งสบาย ที่ห้ามที่สุดคือรอจนฝนลมแรงแล้วค่อยออกไปซื้อของ
- หัวใจของการสำรองคือ "อาหารที่ไม่ต้องปรุงและไม่ต้องแช่เย็น" บวกน้ำให้พอ ไม่ใช่ตุนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกองโต
- ของที่วางหลวม ๆ บนระเบียง ดาดฟ้า และขอบหน้าต่าง ต้องเก็บเข้าในบ้านก่อนลมแรง นี่เป็นจุดที่ทำให้คนบาดเจ็บได้ง่ายที่สุด
- การติดเทปกาวบนกระจกไม่ได้ป้องกันกระจกแตก สิ่งที่ได้ผลจริงคือตรวจวงกบ ปิดล็อกให้แน่น และอยู่ห่างจากกระจกบานใหญ่
- ให้ตั้งสมมติฐานไว้เลยว่าน้ำและไฟต้องดับแน่ แล้วเตรียมจากตรงนั้น ความเสียดายส่วนใหญ่มาจากการ "คิดว่าคงไม่ดับ"
อ่านประกาศเตือนให้เป็น: ตอนไหนควรเริ่มขยับ
ในประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหน่วยงานที่ออกประกาศเตือนพายุ ไล่ระดับตั้งแต่หย่อมความกดอากาศต่ำ พายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน ไปจนถึงพายุที่กำลังแรงขึ้น ประกาศแต่ละฉบับจะบอกแนวโน้มเส้นทาง พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ และช่วงเวลา ส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะแจ้งเตือนประชาชนและประสานหน่วยงานในพื้นที่ให้เตรียมรับมือ ตัวเลขความเร็วลมและปริมาณฝนในประกาศไม่ได้มีไว้ให้ดูตื่นเต้น แต่มันบอกว่าคุณเหลือเวลาเตรียมตัวอีกเท่าไร
จุดที่ต้องจำให้แม่นคือ เมื่อประกาศระบุว่าพื้นที่ของคุณอยู่ในแนวที่จะได้รับผลกระทบ การเตรียมตัวควรเริ่มทันที ไม่ใช่รอจนฝนสาดเข้าหน้าต่างแล้วค่อยทำ ความหมายของการประกาศล่วงหน้าก็คือการเปิดช่องให้คุณใช้เวลานี้ให้คุ้ม คนที่ลงมือเร็วมักจัดของได้ครบและไม่ต้องไปแย่งของในร้านที่เริ่มขาดสต็อก
คนใกล้ทะเลมีอีกเรื่องที่ต้องคิดเพิ่ม นั่นคือ คลื่นพายุซัดฝั่ง เมื่อพายุเคลื่อนเข้าใกล้ ลมแรงและความกดอากาศต่ำจะดันให้ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติมาก ซัดท่วมพื้นที่ราบริมฝั่งได้รวดเร็ว ถ้าบ้านคุณอยู่ติดชายฝั่งหรือปากแม่น้ำ อย่ารอประเมินเอง ให้ฟังคำสั่งอพยพและออกจากพื้นที่เสี่ยงแต่เนิ่น ๆ
ประเทศไทยเคยเจอพายุที่สร้างความเสียหายหนักมาแล้วหลายครั้ง พายุไต้ฝุ่นเกย์เมื่อปี 2532 ที่เคลื่อนขึ้นฝั่งแถบภาคใต้ตอนบนถือเป็นบทเรียนใหญ่เรื่องคลื่นพายุซัดฝั่งและลมแรง ส่วนพายุดีเปรสชันและพายุโซนร้อนที่อ่อนกำลังลงก่อนเข้าไทยก็ยังนำฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างได้ ความรุนแรงของพายุจึงไม่ได้วัดที่ความเร็วลมเพียงอย่างเดียว แต่ปริมาณฝนที่ทิ้งไว้ก็อันตรายไม่แพ้กัน (กรมอุตุนิยมวิทยา/ปภ., 2026)
| ช่วงเวลา | งานสำคัญ |
|---|---|
| ประกาศเตือน (เหลือราว 48 ชม.) | ซื้อน้ำและอาหารที่ไม่ต้องปรุง ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ ตรวจกระเป๋าฉุกเฉิน เก็บของหลวมนอกบ้าน |
| หนึ่งวันก่อน (เหลือราว 24 ชม.) | ปิดล็อกประตูหน้าต่างให้แน่น ลอกท่อและรูระบายน้ำ ยกของหนีน้ำ ทำเรื่องเตรียมไฟดับให้เสร็จ |
| ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเข้าฝั่ง | เก็บคนเข้าในบ้าน ปิดม่าน ย้ายรถออกจากที่ลุ่ม วางกระเป๋าฉุกเฉินไว้ใกล้มือ |
| ช่วงฝนลมแรงที่สุด | อยู่ห่างกระจกบานใหญ่ ห้ามออกนอกบ้าน ฟังประกาศทางการจากวิทยุ |
| หลังพายุผ่าน | รอจนยืนยันว่าจบจริงค่อยออก เลี่ยงสายไฟขาดและน้ำท่วมขัง |
หลังประกาศเตือน (เหลือราว 48 ชั่วโมง)
ช่วงนี้ฝนลมยังมาไม่ถึง ของในร้านยังครบ ถนนยังเดินสะดวก เป็นจังหวะที่ทำอะไรก็ได้ผลที่สุด ให้รวบเรื่องที่ต้องออกไปข้างนอกและเรื่องที่ต้องคิดมาทำให้จบในช่วงนี้
ซื้อของ: ซื้อให้ถูก ไม่ใช่ซื้อให้เยอะ
เลือกอาหารที่ ไม่ต้องปรุงและไม่ต้องแช่เย็น เช่น ขนมปัง บิสกิต อาหารกระป๋อง อาหารพร้อมทาน ผลไม้ และถั่ว ส่วนน้ำให้คิดที่ราว 3 ลิตรต่อคนต่อวัน อย่างน้อย 3 วัน อย่าลืมของสำหรับทารก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง รวมถึงเช็กว่ายาประจำตัวของคนในบ้านพอใช้ผ่านช่วงที่คลินิกหรือร้านยาอาจปิดไปหลายวันหรือไม่
ตรวจและเติมของ
- ไฟฉายและไฟคาดหัวยังติด มีถ่านสำรอง พาวเวอร์แบงก์ชาร์จเต็มทุกก้อน
- โทรศัพท์และแท็บเล็ตชาร์จให้เต็มตั้งแต่ยังมีไฟ
- เตาแก๊สกระป๋องหรือเตาปิกนิกใช้งานได้ (สำหรับอุ่นอาหารตอนไฟดับ ต้องใช้ในที่อากาศถ่ายเทเท่านั้น)
- หยิบกระเป๋าฉุกเฉินในบ้านออกมาดูสักรอบ น้ำและยายังไม่หมดอายุ
เก็บของหลวมนอกบ้านเข้ามา
เรื่องนี้ดูเหมือนไม่เร่ง แต่จริง ๆ แล้วเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดในวันพายุ กระถางต้นไม้บนระเบียง ราวตากผ้า ไม้กวาด ของรกบนดาดฟ้า ป้ายร้าน แผ่นสังกะสี พอลมแรงพัดมาทีเดียวก็กลายเป็นของมีคมที่ลอยมาฟาดได้ทั้งนั้น รีบเก็บเข้าในบ้านหรือยึดให้แน่นตั้งแต่ลมยังไม่ตั้งเค้า
หนึ่งวันก่อนฝนลมมา (เหลือราว 24 ชั่วโมง)
ถ้าซื้อของยังไม่เสร็จ วันนี้ต้องปิดงานให้จบ เพราะออกไปข้างนอกหลังจากนี้จะอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ น้ำหนักย้ายมาที่ "เสริมความแข็งแรงของบ้าน" และ "เตรียมรับไฟดับ"
ประตูหน้าต่างและการระบายน้ำ
- ตรวจวงกบ ยางขอบ และกลอนของหน้าต่างว่าหลวมหรือไม่ ปิดล็อกให้แน่น หน้าต่างเก่าต้องดูเป็นพิเศษ
- ลอกท่อและรูระบายน้ำที่ระเบียง ดาดฟ้า และช่องลม เก็บใบไม้กับเศษขยะออก กันน้ำขังย้อนกลับเข้าบ้าน
- คนที่อยู่ชั้นล่างหรือเคยน้ำท่วม เตรียมกระสอบทรายและแผงกั้นน้ำไว้ที่ประตู ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใกล้ปลั๊กให้สูงขึ้น การรับมือน้ำท่วมแบบเต็มขั้นตอนดูได้ที่หน้าน้ำท่วม
ทำเรื่องเตรียมไฟดับให้เสร็จ
ให้ตั้งสมมติฐานตรง ๆ ว่า "ไฟต้องดับแน่" แล้วเตรียมจากตรงนั้น นี่คือท่าทีที่คนเสียดายทีหลังน้อยที่สุด ปรับตู้เย็นให้เย็นที่สุดไว้ล่วงหน้า เตรียมแสงสว่างให้พร้อม เช็กว่าวิทยุแบบใส่ถ่านหรือไขลานยังรับคลื่นได้ และสำรองน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่มไว้ในถังหรืออ่างสำหรับใช้กดชักโครก
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ "คิดว่าคงไม่ดับนานหรอก" เลยไม่สำรองน้ำ ไม่ชาร์จอะไรไว้ พายุบางลูกทำให้ไฟดับยาวหลายวันเพราะเสาไฟล้มและสายขาดเป็นวงกว้าง ส่วนการดับวันสองวันในฤดูพายุถือเป็นเรื่องปกติ ยอมเตรียมไว้แล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าถึงเวลาแล้วเพิ่งรู้ว่าไม่ได้เตรียม
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนพายุเข้าฝั่ง
ช่วงนี้ฝนลมเริ่มแรงขึ้น หลักการมีอยู่ข้อเดียวคือ เก็บคนเข้าในบ้าน เก็บงานที่ค้างให้จบ
- ตรวจรอบสุดท้ายว่าประตูหน้าต่างปิดสนิท และไม่มีของหลวมเหลือนอกบ้าน
- ปิดม่านหรือมู่ลี่ ถ้ากระจกแตกขึ้นมา ม่านจะช่วยกันเศษที่กระเด็นเข้ามาได้บางส่วน
- เปิดการแจ้งเตือนสภาพอากาศและการแจ้งเตือนภัยในโทรศัพท์ คอยติดตามประกาศอพยพหรือประกาศหยุดเรียนหยุดงานของทางการ
- วางกระเป๋าฉุกเฉิน ไฟส่องสว่าง และน้ำดื่ม ไว้ในที่ที่คว้าได้ทันที
- ถ้าจอดรถในที่ลุ่มหรือลานจอดใต้ดิน รีบย้ายรถขึ้นที่สูงตอนนี้ เพราะคลื่นพายุซัดฝั่งและน้ำท่วมจะไหลลงชั้นใต้ดิน
ช่วงที่ฝนลมแรงที่สุด ห้ามเข้าใกล้หน้าต่าง ออกไประเบียง หรือออกนอกบ้านเพื่อ "ดูว่าลมแรงแค่ไหน" หรือถ่ายรูปเด็ดขาด การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากพายุส่วนหนึ่งมาจากการถูกของปลิวมากระแทก ถูกป้ายหรือกิ่งไม้หล่นทับ และจากการลงไปดูคลื่นริมเขื่อนหรือชายหาดแล้วถูกซัด ระหว่างที่มีประกาศเตือน ที่ปลอดภัยที่สุดคืออยู่ในบ้านและห่างจากกระจกเสมอ
ช่วงที่ฝนลมแรงที่สุด อยู่ในบ้าน
ตอนพายุพัดผ่าน อยู่ในบ้านปลอดภัยกว่า แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่ต้องระวัง ให้อยู่ห่างหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ ขยับไปอยู่ส่วนในของบ้าน เช่น ทางเดิน ห้องน้ำ หรือห้องที่ไม่มีหน้าต่างใหญ่ออกด้านนอก หากได้ยินเสียงกระจกสั่นผิดปกติ ยิ่งต้องถอยออกห่าง
ถ้าไฟดับให้เปลี่ยนไปใช้ไฟฉาย เลี่ยงการจุดเทียน เพราะวันพายุประตูหน้าต่างปิดสนิท ทั้งความเสี่ยงไฟไหม้และการสะสมของแก๊สพิษจะสูงขึ้น เวลาต้องอุ่นอาหารให้ใช้เตาแก๊สกระป๋อง และ ห้ามนำเครื่องปั่นไฟ เตาถ่าน หรือเตาแก๊สไปใช้ในบ้านหรือบนระเบียงปิดทึบโดยเด็ดขาด เพราะการสะสมของคาร์บอนมอนอกไซด์ในที่อับเป็นอันตรายถึงชีวิตแบบเงียบ ๆ
รักษาช่องทางข้อมูลให้เปิดอยู่เสมอ ใช้วิทยุหรือโทรศัพท์ (เปิดโหมดประหยัดแบต) ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. และส่งข้อความบอกความปลอดภัยกับคนในบ้านและญาติต่างพื้นที่ หากทางการประกาศให้อพยพ ให้ทำตามคำสั่ง อย่าตัดสินใจเองว่า "น่าจะยังไหว"
ความเชื่อเรื่องติดเทปกับกระจก
ก่อนพายุทุกครั้งมักมีคนแห่ไปซื้อเทปกาวมาแปะกระจกหน้าต่างเป็นรูปกากบาทหรือตัวเอ็กซ์ ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยกันกระจกแตก เรื่องนี้ควรพูดให้ชัด
การติดเทปกาวบนกระจก ไม่ได้ทำให้กระจกแข็งแรงขึ้นและไม่ได้ป้องกันการแตก แรงที่ทำให้กระจกแตกในลมแรงมาจากสองทางหลัก ทางหนึ่งคือถูกของที่ปลิวมาฟาด อีกทางคือแรงดันลมที่ทำให้กระจกสั่นอย่างรุนแรง เทปกาวไม่ได้แก้ทั้งสองอย่างนี้ สิ่งที่ได้ผลจริงคือตรวจวงกบและยางขอบให้แน่นหนา ปิดล็อกหน้าต่าง ปิดม่าน และที่สำคัญที่สุดคือ คนต้องไม่ไปยืนอยู่ข้างกระจกบานใหญ่ เอาแรงที่จะไปแย่งเทปมาทำเรื่องเหล่านี้คุ้มกว่า
เพราะกระจกแตกในลมแรงมักเกิดจากของที่ปลิวมากระแทกและจากแรงดันลมที่ทำให้กระจกสั่น การเก็บของหลวมนอกบ้านให้เรียบร้อยเพื่อลดของที่จะลอยมาฟาด จึงช่วยปกป้องหน้าต่างได้มากกว่าการไปทำอะไรกับตัวกระจก ส่วนเครื่องป้องกันที่แท้จริงคือการปิดบานเกล็ดหรือบานกันพายุถ้ามี (กรมอุตุนิยมวิทยา/ปภ., 2026)
ในพื้นที่ภูเขา: น้ำป่าและดินถล่ม
พายุไม่ได้เป็นภัยเฉพาะริมทะเล สำหรับคนที่อยู่เชิงเขาหรือพื้นที่ลาดชัน อันตรายที่ใหญ่ที่สุดมักไม่ใช่ลม แต่เป็นฝนที่พายุทิ้งไว้ ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงทำให้เกิด น้ำป่าไหลหลาก ที่มาเร็วและแรงโดยไม่ทันตั้งตัว และทำให้ดินอุ้มน้ำจนเกิด ดินถล่ม ได้
ถ้าบ้านอยู่ใกล้ลำห้วยหรือเชิงเขา ให้สังเกตสัญญาณเตือน เช่น น้ำในลำห้วยขุ่นข้นและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเสียงดังผิดปกติจากด้านบนเขา หรือมีรอยแยกของดินปรากฏขึ้น เมื่อเห็นสัญญาณเหล่านี้หรือมีประกาศเตือนจากทางการ อย่ารอ ให้รีบอพยพขึ้นที่สูงและออกจากแนวทางน้ำทันที การอพยพแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งเดียวที่ได้ผลกับภัยที่มาเร็วแบบนี้
น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภูเขามักเกิดตอนกลางคืนที่มองไม่เห็น และน้ำเพียงระดับเข่าที่ไหลเชี่ยวก็พัดคนล้มได้ ครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าจะไปรวมตัวที่จุดสูงตรงไหน และเส้นทางอพยพคือทางใด อย่าพยายามขับรถข้ามจุดที่น้ำกำลังไหลผ่านถนนเป็นอันขาด
พายุสงบแล้วอย่าเพิ่งวางใจ
เมื่อศูนย์กลางพายุเคลื่อนผ่าน จะมีช่วงที่ฟ้านิ่งและฝนหยุดราวกับพายุจบแล้ว นี่คือความสงบลวง การออกจากบ้านตอนนี้อันตรายมาก เพราะหลังจากตาพายุผ่านไป ลมจะกลับมาแรงอีกครั้งจากทิศตรงข้าม ต้องรอจนกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. ยกเลิกประกาศเตือนแล้วเท่านั้น จึงจะถือว่าจบจริง
เมื่อยืนยันว่าจบแล้ว ตอนออกไปดูข้างนอกยังต้องระวังความเสี่ยงหลังพายุเหล่านี้
- สายไฟที่ห้อยหรือขาดร่วงลงมา ให้ถือว่ามีไฟทุกเส้น อยู่ห่างและแจ้งการไฟฟ้า
- ถนนที่มีน้ำท่วมขังมองไม่เห็นความลึกและสิ่งกีดขวางใต้น้ำ กระแสน้ำที่ไหลแรงเพียงระดับหน้าแข้งก็ทำให้ผู้ใหญ่ยืนไม่อยู่แล้ว อย่าฝืนลุยน้ำ
- ป้ายที่หลวม ต้นไม้ที่เอนค้าง หรือแผ่นสังกะสีที่ถูกลมเปิดขึ้น อาจหล่นลงมาทีหลังได้
- ตอนไฟกลับมา แรงดันไฟอาจไม่นิ่งในจังหวะแรก ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงไว้ก่อน รอจนไฟนิ่งค่อยเสียบกลับ
บ้านที่น้ำท่วมเข้ามา การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อมีขั้นตอนเฉพาะ ให้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานก่อนเริ่มเก็บกวาด (จะใช้ตอนเคลมประกันและขอความช่วยเหลือ) รายละเอียดดูได้ที่หน้ารับมือน้ำท่วม
คำถามที่พบบ่อย
วันพายุต้องติดเทปกาวบนกระจกหน้าต่างไหม
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นวิธีป้องกันพายุ การติดเทปกาวไม่ได้ทำให้กระจกแข็งแรงขึ้นและไม่ได้กันการแตก สิ่งที่ได้ผลจริงคือตรวจวงกบและยางขอบ ปิดล็อกให้แน่น ปิดม่าน และให้คนอยู่ห่างจากกระจกบานใหญ่
ควรเตรียมน้ำและอาหารกี่วัน
น้ำดื่มยึดที่ราว 3 ลิตรต่อคนต่อวัน อย่างน้อย 3 วัน ส่วนอาหารเลือกแบบที่ไม่ต้องปรุงและไม่ต้องแช่เย็น หากพื้นที่ของคุณมักเจอพายุที่ทำให้ไฟดับน้ำดับนาน ก็เตรียมเพิ่มไปถึงหนึ่งสัปดาห์จะอุ่นใจกว่า
ควรเริ่มเตรียมตอนไหนดีที่สุด
เมื่อประกาศเตือนระบุว่าพื้นที่ของคุณอยู่ในแนวที่จะได้รับผลกระทบก็ควรเริ่ม ซึ่งมักเป็นหนึ่งถึงสองวันก่อนฝนลมมา ยิ่งซื้อของเร็วยิ่งสบาย รอจนฝนลมแรงแล้วค่อยออกไปทั้งอันตรายและของอาจถูกซื้อหมด
ช่วงตาพายุผ่านออกไปข้างนอกได้ไหม
ไม่ได้ ช่วงตาพายุคือความสงบลวงชั่วคราว หลังจากนั้นลมจะกลับมาแรงจากทิศตรงข้าม ต้องรอจนกรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. ยกเลิกประกาศเตือนแล้วเท่านั้นจึงจะปลอดภัย
ไฟดับแล้วใช้เตาแก๊สหรือเครื่องปั่นไฟในบ้านได้ไหม
เตาแก๊สหรือเตาแก๊สกระป๋องใช้อุ่นอาหารสั้น ๆ ได้ แต่ต้องเปิดให้อากาศถ่ายเท ส่วนเครื่องปั่นไฟและเตาถ่านห้ามใช้ในบ้านหรือบนระเบียงปิดทึบเด็ดขาด การสะสมของคาร์บอนมอนอกไซด์ในที่อับเป็นอันตรายถึงชีวิตแบบไม่มีกลิ่นเตือน
แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ
บทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่อไปนี้ และตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายน 2026:
- กรมอุตุนิยมวิทยา — ระบบประกาศเตือนพายุ ระดับของพายุ (ดีเปรสชัน พายุโซนร้อน) ข้อมูลคลื่นพายุซัดฝั่งและปริมาณฝน
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — แนวทางการแจ้งเตือนและเตรียมรับพายุ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
- ข้อมูลบริบทพายุในอดีตที่ส่งผลต่อประเทศไทย เช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ปี 2532 และพายุดีเปรสชันที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง
- รายการเบอร์ฉุกเฉิน สายด่วน ปภ. 1784 และการแพทย์ฉุกเฉิน 1669
เว็บนี้เป็นบันทึกการเตรียมพร้อมที่ประชาชนรวบรวมขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้ปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานในพื้นที่ และคำสั่งของเจ้าหน้าที่ บทความนี้ไม่สามารถแทนคำแนะนำทางเทคนิคหรือคำสั่งอพยพอย่างเป็นทางการได้