แผ่นดินไหวและสึนามิ
สิบกว่าวินาทีตอนสั่น และทุกวันก่อนหน้านั้น
แผ่นดินไหวไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าเหมือนพายุ มันวัดอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือสิบกว่าวินาทีตอนพื้นสั่น ร่างกายของคุณจำได้ไหมว่าต้องขยับอย่างไร เรื่องที่สองคือก่อนหน้านั้นในบ้านได้ยึดของที่จะล้มและจะหล่นไว้แล้วหรือยัง ทั้งสองเรื่องไม่ได้ยาก ที่ยากคือไม่มีใครคอยเตือนให้ลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้
จำสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน
- ตอนพื้นเริ่มสั่น ให้ หมอบ ป้อง เกาะ อย่าวิ่งออกประตูและอย่าไปยืนใต้วงกบประตู
- ทั้ง "ยืนใต้วงกบประตู" และ "สามเหลี่ยมชีวิต" เป็นความเชื่อที่ล้าสมัยหรือถูกหักล้างแล้ว วงกบของอาคารสมัยใหม่ไม่ได้ปลอดภัยกว่าใต้โต๊ะที่แข็งแรง
- ความเสี่ยงในบ้านที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่บ้านถล่ม แต่เป็นตู้ ทีวี ชั้นวางที่ไม่ได้ยึดล้มลงมาทับ
- ยึดเฟอร์นิเจอร์สูงเข้ากับผนัง ย้ายของหนักลงที่ต่ำ และไม่วางของหนักไว้เหนือหัวเตียง ใช้เวลาสุดสัปดาห์เดียวก็ทำเสร็จ แต่ช่วยชีวิตได้มากที่สุด
- ถ้าอยู่ติดชายฝั่งอันดามันแล้วรู้สึกถึงแรงสั่นที่แรงหรือนานผิดปกติ ให้ขึ้นที่สูงทันทีโดยไม่ต้องรอเสียงสัญญาณเตือน น้ำทะเลที่ลดลงอย่างฉับพลันคือสัญญาณอันตราย
ทำไมเรื่องแผ่นดินไหวต้องเริ่มที่ "เฟอร์นิเจอร์"
พอพูดถึงแผ่นดินไหว สิ่งแรกที่คนนึกถึงคือบ้านจะถล่มไหม แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอาคารซึ่งสร้างตามมาตรฐานสมัยใหม่ สาเหตุที่ทำให้บาดเจ็บจริง ๆ มักไม่ใช่ตัวอาคารพังลงมา แต่เป็น ของในบ้านที่ไม่ได้ยึดไว้ล้มลงมา หล่นใส่ หรือกระเด็นออกมา ทั้งตู้หนังสือ ทีวี ไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อน และของที่แขวนติดผนัง
ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเขตที่มีแผ่นดินไหวรุนแรงถี่เท่าหลายประเทศ แต่ก็ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่หลายคนคิด ภาคเหนือมีกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว และเคยเกิดแผ่นดินไหวที่รับรู้ได้ชัด เช่น เหตุการณ์ที่เชียงรายและพื้นที่รอยต่อเชียงราย-เชียงใหม่ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและวัด ขณะที่ในปี 2568 แรงสั่นจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศเมียนมาส่งผลถึงกรุงเทพฯ อาคารสูงหลายแห่งโยกไหวจนคนต้องอพยพลงมา และมีอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างพังถล่ม เหตุการณ์นี้เตือนเราว่าตึกสูงในเมืองรับรู้แรงสั่นจากแผ่นดินไหวไกล ๆ ได้ และของในห้องก็เคลื่อนตามไปด้วย
ข่าวดีคือคุณควบคุมไม่ได้ว่าแผ่นดินไหวจะมาเมื่อไร แต่คุณควบคุมตู้ที่จะล้มทับคุณในบ้านได้เต็มที่ นี่คือเหตุผลที่บทความนี้เริ่มต้นจากเรื่อง "การยึดของล่วงหน้า"
ตอนสั่น: หมอบ ป้อง เกาะ
ท่ามาตรฐานที่วงการวิทยาศาสตร์แผ่นดินไหวทั่วโลก รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะนำตรงกัน สรุปได้เป็นสามคำ คือ หมอบ ป้อง เกาะ (Drop, Cover, Hold On)
- หมอบ ทรุดตัวลงต่ำหรือหมอบลงทันที ลดจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้ต่ำ เพื่อไม่ให้ถูกแรงสั่นทำให้ล้มหรือเหวี่ยงออกไป
- ป้อง มุดเข้าไปใต้โต๊ะที่แข็งแรง ใช้แขนข้างหนึ่งป้องศีรษะและต้นคอ ถ้าใกล้ ๆ ไม่มีโต๊ะ ให้ย้ายไปอยู่มุมผนังด้านในที่ไม่มีตู้ กระจก หรือโคมไฟห้อยอยู่ แล้วหมอบป้องหัว
- เกาะ จับขาโต๊ะไว้และขยับตามเมื่อมันเลื่อน เพื่อให้สิ่งที่ป้องอยู่เหนือหัวเราตลอด จนกว่าแรงสั่นจะหยุด
ตรรกะของท่านี้คือ การเคลื่อนที่ขณะแผ่นดินไหวเองนั่นแหละที่อันตราย การหมอบช่วยไม่ให้ล้มเจ็บ การป้องช่วยกันการกระแทกที่ศีรษะและของที่หล่นลงมาซึ่งเป็นอันตรายที่สุด ส่วนการเกาะช่วยไม่ให้คุณหลุดจากตำแหน่งที่ปลอดภัย ท่านี้ไม่ต้องให้คุณคิดวิเคราะห์ ไม่ต้องวิ่ง ทำสามจังหวะเสร็จได้ในไม่กี่วินาที
การวิ่งออกประตู วิ่งลงบันได หรือวิ่งไปที่ระเบียงขณะกำลังสั่น เป็นสาเหตุการบาดเจ็บที่พบบ่อย เพราะตอนสั่นคุณจะยืนไม่มั่นคง บันไดและช่องประตูกลับเป็นจุดเสี่ยงสูงที่มีทั้งของหล่นและคนเบียดเสียดดันกัน ให้หมอบป้องอยู่กับที่ ปลอดภัยกว่าการขยับด้วยความตื่นตระหนกมาก รอจนสั่นหยุดแล้วค่อยใช้บันได (ห้ามใช้ลิฟต์) ออกมาอย่างเป็นระเบียบ
เจอแผ่นดินไหวในแต่ละสถานการณ์ทำอย่างไร
อยู่บนเตียง
นอนอยู่บนเตียงต่อ ใช้หมอนป้องศีรษะและต้นคอ อย่าคลำลงจากเตียงเดินในที่มืด เพราะบนพื้นอาจมีเศษกระจกแตกกระจายอยู่ นี่คือเหตุผลที่หัวเตียงและข้างเตียงไม่ควรวางของหนักหรือกระจกบานใหญ่
อยู่ในครัว
ออกห่างจากเตาไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะล้ม รีบปิดเตาแล้วหาที่ป้อง น้ำแกงร้อน น้ำมันร้อน และมีดเป็นสาเหตุการบาดเจ็บหลักในครัวขณะแผ่นดินไหว
อยู่ชั้นสูงของอาคาร
อาคารสูงมักโยกไหวแรงและนานกว่าชั้นล่าง จึงยิ่งต้องป้องอยู่กับที่ จับของที่ยึดแน่นไว้ รอจนหยุดสนิทแล้วค่อยใช้บันไดหนีไฟลงมา ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะหลังแผ่นดินไหวลิฟต์อาจหยุดกะทันหันจนติดอยู่ข้างใน หรือทำงานผิดปกติ คนที่อยู่คอนโดหรืออาคารสูงควรรู้ตำแหน่งบันไดหนีไฟที่ใกล้ที่สุดไว้ตั้งแต่วันปกติ
ขณะขับรถ
ค่อย ๆ ชะลอความเร็ว จอดชิดข้างทางในที่โล่ง เลี่ยงสะพาน ทางด่วน อุโมงค์ เสาไฟ และป้ายโฆษณา จอดแล้วอยู่ในรถ คาดเข็มขัดไว้จนกว่าแรงสั่นจะหยุด
อยู่กลางแจ้ง
ออกห่างจากผนังอาคาร ป้าย สายไฟ และกำแพง ย้ายไปอยู่ที่โล่งแล้วหมอบป้องหัว กระเบื้องผนังภายนอกและกระจกที่ร่วงลงมาคือภัยหลักของการอยู่กลางแจ้ง
การยึดของในบ้านที่ควรทำไว้ล่วงหน้า
หัวข้อนี้คือสิ่งที่คุ้มที่สุดที่จะสละเวลาสุดสัปดาห์มาทำ เดินสำรวจรอบบ้านแล้วถามตัวเองข้อเดียว "ถ้าตอนนี้สั่นแรง ๆ ของชิ้นนี้จะล้มลงมา หล่นใส่ที่นอนหรือจุดที่อยู่ประจำหรือไม่" ถ้าใช่ ก็จัดการมันเสีย
ยึดเฟอร์นิเจอร์สูงเข้ากับผนัง
ตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า ตู้วางทีวี ตู้เย็น ของที่ทั้งสูงทั้งหนักแบบนี้ ให้ใช้ฉากเหล็กรูปตัว L หรือสายรัดกันล้มยึดเข้ากับโครงสร้างผนัง นี่เป็นมาตรการป้องกันที่คุ้มค่าที่สุด ราคาไม่แพง แต่กันการล้มทับที่เป็นอันตรายถึงชีวิตและพบบ่อยที่สุดได้ บาดเจ็บส่วนใหญ่ในบ้านมาจากเฟอร์นิเจอร์ที่ล้มลงมา
ของหนักไว้ที่ต่ำ
ชั้นวางที่สูงให้วางแต่ของเบา ส่วนของหนักและของที่ทำจากแก้วให้ย้ายลงตู้ที่อยู่ระดับเอวลงมา ตู้เก็บถ้วยชามติดตัวล็อกกันบานเปิด เพื่อไม่ให้ประตูตู้เด้งเปิดแล้วถ้วยชามกระเด็นออกตอนสั่น
ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าและของที่แขวน
- ทีวีใช้สายรัดยึดหรือยึดติดกับตู้ ไมโครเวฟวางบนแผ่นกันลื่น
- กระติกน้ำร้อนและตู้กดน้ำวางในที่ต่ำที่มั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงลวก
- โคมไฟห้อย กรอบรูป นาฬิกาแขวน เปลี่ยนตะขอเป็นแบบที่ยึดแน่น อย่าแขวนไว้เหนือหัวเตียงหรือเหนือโซฟาตรง ๆ
- กระจกบานใหญ่และตู้กระจกให้ติดฟิล์มกันแตกหรือย้ายออกจากบริเวณที่นอน
เว้นเส้นทางหนี
ทางเดินและช่องประตูอย่าวางของเกะกะ เพื่อให้เดินไปถึงประตูได้สะดวกหลังสั่นหยุด วางกระเป๋าฉุกเฉินไว้ที่หน้าประตู และวางรองเท้าไว้ข้างเตียง (กันการเดินเท้าเปล่าเหยียบเศษกระจก) ทุกคนในบ้านควรนัดหมายจุดรวมพลและช่องทางติดต่อกันไว้ล่วงหน้าด้วย
หลายคนวางตู้ที่หนักที่สุดและใหญ่ที่สุดไว้หลังหัวเตียงหรือชิดข้างเตียงพอดี ดูเป็นระเบียบดี แต่นั่นคือการจัดวางที่อันตรายที่สุดเวลาเกิดแผ่นดินไหว หลักของห้องนอนคือ เหนือและสองข้างของตำแหน่งที่คนนอน ต้องไม่มีของหนักที่จะล้มหรือจะหล่น
หลังสั่นหยุดต้องทำอะไรตามลำดับ
แรงสั่นหยุดไม่ได้แปลว่าจบ อาฟเตอร์ช็อกอาจตามมา ให้จัดการตามลำดับนี้
- ตรวจตัวเองและคนในบ้าน มีใครบาดเจ็บหรือไม่ ดูแลแผลเลือดออกและการถูกของทับก่อน
- ระวังของหล่นและอาฟเตอร์ช็อก ตอนเคลื่อนที่ให้ระวังของที่หลวมอยู่เหนือหัวและเศษกระจกใต้เท้า สวมรองเท้าด้วย
- เช็กแก๊สและไฟฟ้า ถ้าได้กลิ่นแก๊สให้ปิดวาล์วถังแก๊สหรือสวิตช์รวม เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และอย่าเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือจุดไฟใด ๆ เพราะประกายไฟอาจจุดระเบิดแก๊สที่รั่วได้
- ฟังข้อมูลทางการ ใช้วิทยุหรือโทรศัพท์รับข้อมูลอาฟเตอร์ช็อกและประกาศอพยพ อย่าหลงเชื่อข้อความที่ส่งต่อกันมา
- เตรียมพร้อมที่จะอพยพ หากโครงสร้างอาคารเสียหาย (มีรอยร้าวชัดเจน เอียง หรือประตูหน้าต่างผิดรูป) ให้หยิบกระเป๋าฉุกเฉินแล้วลงบันไดออกมา ไปรออยู่ในที่โล่งที่ปลอดภัย
หากอยู่ในอาคารสูงและไม่แน่ใจว่าโครงสร้างปลอดภัยหรือไม่ อย่าด่วนกลับเข้าไปจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่หรือวิศวกรตรวจสอบ ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐานก่อนเก็บกวาดหรือซ่อมแซม และติดตามประกาศจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานในพื้นที่ (กรมอุตุนิยมวิทยา/ปภ., 2026)
สึนามิ: สัญญาณเตือนและการขึ้นที่สูง
สำหรับคนที่อยู่ติดหรือใกล้ชายฝั่งทะเลอันดามัน แผ่นดินไหวมาพร้อมความเสี่ยงอีกอย่างที่ต้องคิดถึง นั่นคือสึนามิ คลื่นสึนามิจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลเมื่อปี 2547 คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากตามชายฝั่งอันดามัน และเป็นบทเรียนที่ทำให้ประเทศไทยติดตั้งระบบเตือนภัยและทุ่นตรวจวัดในทะเล แต่ระบบเตือนภัยอย่างเดียวไม่พอ เพราะหากต้นกำเนิดอยู่ใกล้ คลื่นอาจมาถึงฝั่งภายในไม่กี่นาที
หลักสำคัญที่สุดมีอยู่ข้อเดียว ถ้าคุณอยู่ใกล้ชายหาดแล้วรู้สึกถึงแผ่นดินไหวที่ แรงจนยืนไม่อยู่ หรือสั่นนานผิดปกติ ให้ถือว่านั่นคือสัญญาณธรรมชาติที่บอกว่าต้องขึ้นที่สูงทันที โดยไม่ต้องรอเสียงไซเรนหรือประกาศใด ๆ ระบบเตือนภัยอาจมาช้ากว่าตัวคลื่น ความรู้สึกของพื้นที่สั่นนั่นเองคือสัญญาณเตือนแรกของคุณ
- น้ำทะเลลดลงอย่างฉับพลัน ถ้าเห็นน้ำทะเลถอยร่นออกไปจนเห็นพื้นทรายหรือแนวปะการังที่ปกติจมอยู่ใต้น้ำ นี่คือสัญญาณอันตรายชัดเจน อย่าเดินตามลงไปดู ให้รีบหนีขึ้นที่สูงทันที
- ขึ้นที่สูงหรือเข้าในแผ่นดิน มุ่งไปยังเนินสูง อาคารคอนกรีตที่แข็งแรงหลายชั้น หรือเส้นทางอพยพที่มีป้ายบอกไว้ ถ้าหนีขึ้นที่สูงไม่ทันจริง ๆ ให้ขึ้นชั้นบนสุดของอาคารที่มั่นคงที่สุดเท่าที่อยู่ใกล้
- คลื่นมาได้หลายระลอก คลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุด อย่ารีบกลับลงมาหลังคลื่นลูกแรกผ่านไป ให้รอจนกว่าทางการจะประกาศว่าปลอดภัย
หลายคนเสียชีวิตเพราะเดินเข้าไปดูปรากฏการณ์น้ำทะเลถอยร่น หรือกลับลงไปเก็บของหลังคลื่นลูกแรก จำไว้ว่าสึนามิไม่ใช่คลื่นลูกเดียว และน้ำมาเร็วกว่าที่คนวิ่งจะหนีทัน เมื่อพื้นสั่นแรงและคุณอยู่ริมทะเล การตัดสินใจขึ้นที่สูงทันทีคือสิ่งเดียวที่ปลอดภัย
ยืนใต้วงกบและสามเหลี่ยมชีวิตทำไมถึงผิด
เรื่องแผ่นดินไหวมีความเชื่อสองอย่างที่แพร่หลายมากแต่ถูกหักล้างไปแล้ว ขอพูดให้ชัด จะได้ไม่ใช้วิธีผิดในวินาทีสำคัญ
ยืนใต้วงกบประตู
ความเชื่อ "แผ่นดินไหวให้ไปยืนใต้วงกบประตู" มาจากยุคของบ้านดินหรือบ้านไม้เก่า ที่ตอนนั้นวงกบเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างแข็งแรง แต่ในอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสมัยใหม่ วงกบไม่ได้ปลอดภัยกว่าการมุดใต้โต๊ะที่แข็งแรง แถมการไปยืนข้างประตูยังเสี่ยงต่อบานประตูที่แกว่งไปมา ของที่หล่นอยู่ใกล้ ๆ และคนที่เบียดดันกัน วิธีมาตรฐานยังคงเป็นหมอบ ป้อง เกาะ
สามเหลี่ยมชีวิต
ความเชื่อที่ว่า "ช่องสามเหลี่ยมที่เกิดข้างเฟอร์นิเจอร์ใหญ่คือที่ปลอดภัยที่สุด" (ที่เรียกกันว่าสามเหลี่ยมชีวิต) แพร่กระจายในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง แต่ถูกหักล้างต่อสาธารณะโดยสภากาชาดและหน่วยงานด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวหลายแห่ง ปัญหาของมันคือ ตอนแผ่นดินไหวเฟอร์นิเจอร์จะเคลื่อนที่และพลิกคว่ำ คุณคาดเดาไม่ได้เลยว่าช่องสามเหลี่ยมที่ว่าจะอยู่ด้านไหน การทำตามมันอาจทำให้คุณหลุดออกจากที่ป้องและไปเสี่ยงกับของที่หล่นลงมาเสียเอง
จำประโยคเดียวก็พอ ฉันทามติของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ยังคงเป็น หมอบ ป้อง เกาะ เสมอ
ตารางสรุปท่าแรกในแต่ละที่
นี่คือบทสรุปสั้น ๆ ของท่าแรกที่ควรทำเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นในแต่ละสถานการณ์
| คุณอยู่ที่ไหน | ทำอย่างไร | ต้องเลี่ยง |
|---|---|---|
| ในห้องทั่วไป | หมอบ มุดใต้โต๊ะที่แข็งแรง เกาะให้แน่น | วิ่งออกประตู ยืนใต้วงกบ |
| บนเตียง | อยู่บนเตียง ใช้หมอนป้องหัวและคอ | คลำลงจากเตียงเหยียบเศษกระจก |
| ในครัว | ปิดเตาก่อนแล้วหาที่ป้อง | น้ำแกงร้อน น้ำมันร้อน มีด |
| ชั้นสูงของอาคาร | ป้องอยู่กับที่ หยุดแล้วลงบันได | ใช้ลิฟต์ |
| ขับรถ | ชะลอ จอดชิดข้างทาง อยู่ในรถ | สะพาน ทางด่วน อุโมงค์ |
| ใกล้ชายฝั่งอันดามัน | สั่นแรง/นานให้ขึ้นที่สูงทันที | รอไซเรน เดินไปดูน้ำลด |
คำถามที่พบบ่อย
แผ่นดินไหวต้องไปยืนใต้วงกบประตูไหม
ไม่ วงกบประตูของอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสมัยใหม่ไม่ได้ปลอดภัยกว่าการมุดใต้โต๊ะที่แข็งแรง ข้างประตูยังเสี่ยงต่อบานประตูที่แกว่งและคนที่เบียดดันกัน วิธีที่ถูกคือหมอบลงกับที่ มุดใต้โต๊ะที่แข็งแรงเพื่อป้องตัว และเกาะให้แน่น
"สามเหลี่ยมชีวิต" เป็นเรื่องจริงไหม
ไม่จริง สามเหลี่ยมชีวิตถูกหักล้างโดยสภากาชาดและหน่วยงานวิศวกรรมแผ่นดินไหว เพราะตอนแผ่นดินไหวเฟอร์นิเจอร์จะพลิกคว่ำและเคลื่อนที่ คาดเดาไม่ได้ว่าช่องว่างปลอดภัยจะอยู่ด้านไหน ท่ามาตรฐานยังคงเป็นหมอบ ป้อง เกาะ
ตอนแผ่นดินไหววิ่งออกไปข้างนอกได้ไหม
ตอนที่กำลังสั่นอย่าวิ่ง เพราะขณะเคลื่อนที่จะล้มง่าย และบันไดกับช่องประตูเป็นจุดเสี่ยงสูงทั้งของหล่นและคนเบียด ให้ป้องอยู่กับที่ก่อน รอจนสั่นหยุดแล้วค่อยใช้บันได (ห้ามใช้ลิฟต์) ออกมาอย่างเป็นระเบียบ
อยู่ติดทะเลอันดามัน รู้สึกแผ่นดินไหวต้องทำอย่างไร
ถ้าแรงสั่นแรงจนยืนไม่อยู่หรือสั่นนานผิดปกติ ให้ขึ้นที่สูงทันทีโดยไม่ต้องรอเสียงสัญญาณเตือน ถ้าเห็นน้ำทะเลถอยร่นลงอย่างฉับพลัน นั่นคือสัญญาณอันตราย อย่าเดินตามลงไปดู และอย่ารีบกลับลงมาหลังคลื่นลูกแรกผ่านไป เพราะสึนามิมาได้หลายระลอก
ในบ้านควรยึดอะไรก่อนเป็นอันดับแรก
เฟอร์นิเจอร์ที่ทั้งสูงทั้งหนักและล้มแล้วจะทับคน เช่น ตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า ตู้เย็น ทีวี ให้ใช้ฉากยึดหรือสายรัดยึดเข้ากับผนัง เหนือหัวเตียงและจุดที่อยู่ประจำทั้งด้านบนและสองข้าง อย่าวางของหนัก
แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ
บทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่อไปนี้ และตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายน 2026:
- กรมอุตุนิยมวิทยา (กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว) — ข้อมูลแผ่นดินไหว รอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย และการเฝ้าระวังสึนามิ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — แนวทาง "หมอบ ป้อง เกาะ" และคำแนะนำการเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหวและสึนามิ
- การหักล้างความเชื่อ "สามเหลี่ยมชีวิต" โดยสภากาชาดและหน่วยงานด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหว
- บทเรียนเหตุการณ์สึนามิฝั่งอันดามันปี 2547 และแรงสั่นที่รับรู้ได้ในกรุงเทพฯ จากแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาปี 2568
เว็บนี้เป็นบันทึกการเตรียมพร้อมที่ประชาชนรวบรวมขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิและในช่วงหลังเกิดเหตุ ให้ยึดข้อมูลและคำสั่งของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นหลัก บทความนี้ไม่สามารถแทนการประเมินของผู้เชี่ยวชาญและคำสั่งอพยพอย่างเป็นทางการได้