ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พร้อมรับมือ

หน้าแรก / ของใช้และอุปกรณ์ / กระเป๋าฉุกเฉิน

ของใช้และอุปกรณ์

กระเป๋าฉุกเฉิน: รายการของที่จัดเตรียมได้ตั้งแต่วันนี้

กระเป๋าฉุกเฉินไม่ได้มีไว้สำหรับวันสิ้นโลกในจินตนาการ แต่มีไว้สำหรับเหตุการณ์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ทั้งน้ำท่วมที่มาทุกปี อย่างมหาอุทกภัยปี 2554 แผ่นดินไหวในภาคเหนือและแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ถึงกรุงเทพฯ คลื่นสึนามิที่ฝั่งอันดามันเมื่อปี 2547 พายุ หรือไฟดับยาวที่ทำให้ทั้งบ้านมืดสนิท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสภากาชาดไทยแนะนำว่ากระเป๋าฉุกเฉินควรพอใช้สำหรับ 72 ชั่วโมง แรกหลังเกิดภัย ซึ่งเป็นช่วงที่ความช่วยเหลืออาจยังเข้ามาไม่ถึง เราจะไล่ดูสิ่งที่ควรมีทีละอย่าง เพื่อให้คุณเริ่มจัดได้ตั้งแต่คืนนี้

เผยแพร่: 25-06-2026 ปรับปรุง: 25-06-2026 เวลาอ่าน: ± 10 นาที ตรวจสอบข้อมูล: มิถุนายน 2026

จำสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน

  • หนึ่งคนหนึ่งกระเป๋า วางไว้ใกล้ประตูหรือตามทางออกที่หยิบได้ง่าย ไม่ใช่ก้นตู้
  • กระเป๋าฉุกเฉินจัดไว้ให้พอใช้สำหรับ 72 ชั่วโมงแรก หลังเกิดภัย หากต้องอยู่บ้านนานกว่านั้น ให้เสริมด้วยของสำรองในบ้าน
  • น้ำคือสิ่งสำคัญลำดับแรก เตรียมไว้ประมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน
  • เอกสารสำคัญ (สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพหรือบัตรทอง) ใส่ถุงกันน้ำ พกสำเนาไป เก็บตัวจริงแยกไว้
  • สมาชิกที่มีความต้องการเฉพาะ (ทารก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ สัตว์เลี้ยง) มีของที่ต้องเตรียมต่างหาก อย่าจัดเฉพาะของสำหรับผู้ใหญ่ที่ร่างกายแข็งแรง
  • ตรวจสอบสม่ำเสมอ โดยเฉพาะน้ำ อาหาร และยา วิธีที่ง่ายที่สุดคือทำพร้อมกับกิจวัตรอื่นที่ทำอยู่แล้ว

กระเป๋านี้มีไว้ทำไมจริง ๆ

หลายคนคิดว่ากระเป๋าฉุกเฉินเป็นของที่ใช้ในหนังภัยพิบัติเรื่องใหญ่ แต่จังหวะที่ได้ใช้จริงกลับธรรมดากว่านั้นมาก และเกิดบ่อยกว่าที่คิด

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตที่ต้องเจอภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ฤดูฝนแต่ละปีนำน้ำท่วมมาให้หลายจังหวัด ภาคเหนือมีรอยเลื่อนมีพลังที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหว และบางครั้งแรงสั่นก็รับรู้ได้ไกลถึงตึกสูงในกรุงเทพฯ ขณะที่ชายฝั่งอันดามันยังจำบทเรียนสึนามิปี 2547 ได้ดี เพิ่มพายุที่พัดเข้ามาเป็นระยะและไฟดับที่ตามมา ในสถานการณ์เหล่านี้ สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่ของหวือหวา แต่เป็นของง่าย ๆ ที่คว้าได้ทันที ไฟฉายที่ใช้ได้ตอนไฟดับ น้ำสะอาด และเอกสารที่ไม่เปียกน้ำ

หัวใจของกระเป๋าฉุกเฉินคือการเปลี่ยนของที่ต้อง "ไปหา" ให้กลายเป็นของที่ "อยู่ในมือ" แล้ว ในความตื่นตระหนก คนเรามักลืมของพื้นฐานที่สุด ตอนที่เราลองจัดรายการของตัวเอง กว่าจะนึกถึงกุญแจสำรอง แว่นตา และเบอร์ติดต่อของคนในบ้าน ก็ทำไปได้ครึ่งทางแล้ว กระเป๋าที่เตรียมไว้ล่วงหน้าคือสิ่งที่ช่วยรักษานาทีสำคัญเหล่านั้นเอาไว้

ข้อมูล

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและสภากาชาดไทยอธิบายว่ากระเป๋าฉุกเฉินหรือชุดยังชีพจัดเตรียมไว้เพื่อให้ครอบครัวอยู่รอดได้ใน 72 ชั่วโมงแรก หลังเกิดภัย ซึ่งเป็นช่วงที่ความช่วยเหลืออาจยังเข้ามาได้จำกัด และแนะนำให้วางไว้ในจุดที่หยิบได้ง่ายพร้อมตรวจสอบสม่ำเสมอ (ปภ./สภากาชาดไทย, 2026)

นานแค่ไหน: 72 ชั่วโมงและหลังจากนั้น

คุณไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าทำกระเป๋าใบยักษ์ที่บรรจุทุกอย่างตั้งแต่แรก ให้คิดเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือ กระเป๋าฉุกเฉิน ที่เบาและ "คว้าแล้ววิ่งได้" จริง ตามแนวทางของ ปภ. ควรพอประคองชีวิตในช่วง 72 ชั่วโมงแรกที่อาจต้องออกจากบ้านหรืออพยพอย่างเร่งด่วน

ชั้นที่สองคือ ของสำรองในบ้าน สำหรับกรณีที่ต้องอยู่บ้านต่อหลายวันเพราะความช่วยเหลือยังเข้ามาไม่ถึง เช่น เส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำท่วมหรือดินถล่ม สำหรับชั้นนี้ให้เพิ่มน้ำและอาหารไว้หลายวัน สิ่งสำคัญคืออย่าผัดวันการเตรียมเพียงเพราะยังไม่ครบในทันที เริ่มจากกระเป๋าฉุกเฉินที่ยกวิ่งได้ก่อน แล้วค่อยเสริมด้วยของสำรองในบ้าน

ควรเลี่ยง

อย่ายัดของสำรองทั้งบ้านลงในเป้ใบเดียวจนแบกไม่ไหว ถ้าต้องอพยพด้วยการเดิน กระเป๋าที่หนักเกินไปจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เก็บของหนักไว้ที่บ้าน ส่วนกระเป๋าฉุกเฉินให้มีเฉพาะของที่ต้องพกไปจริง ๆ

น้ำและอาหาร

ในบรรดาของทั้งหมด น้ำมาเป็นอันดับแรก คนเราอยู่ได้หลายวันโดยไม่กินอาหาร แต่ขาดน้ำได้ไม่นาน และน้ำสะอาดคือสิ่งที่หมดเร็วที่สุดและหายากที่สุดหลังเกิดภัย

ต้องมีน้ำเท่าไร

เกณฑ์ที่คู่มือเตรียมพร้อมหลายฉบับใช้กันคือ ประมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน ซึ่งรวมทั้งน้ำดื่มและน้ำสำหรับทำความสะอาดขั้นต่ำ ในกระเป๋าให้พกขวดเล็กหลายขวดเพื่อความเบา ส่วนสต็อกก้อนใหญ่เก็บไว้ที่บ้าน ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และทารกต้องการน้ำเพิ่มขึ้น

อาหารที่ไม่ต้องปรุง

เลือกอาหารด้วยหลักเดียว เปิดปุ๊บกินได้ทันที บิสกิต อาหารกระป๋อง (เตรียมที่เปิดกระป๋อง หรือเลือกแบบฝาดึง) ของแห้ง ถั่ว ช็อกโกแลต และอาหารพร้อมทานล้วนเหมาะ เลือกของที่คนในบ้านกินจริง เพราะในยามเครียดไม่มีใครอยากฝืนกินของที่ไม่ชอบ

ความเสี่ยง

นมสำหรับทารก อาหารอ่อนหรืออาหารโซเดียมต่ำสำหรับผู้สูงอายุ และอาหารฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ทดแทนด้วยอาหารทั่วไปไม่ได้ หากมีสมาชิกแบบนี้ในบ้าน ให้เตรียมอาหารของพวกเขาแยกต่างหากและตรวจวันหมดอายุไปพร้อมกัน

ไฟส่องสว่าง พลังงาน และการสื่อสาร

ในคืนที่มืดเพราะไฟดับ แหล่งแสงที่พึ่งพาได้ช่วยลดความตื่นตระหนกและความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บได้มาก ไฟฉายในโทรศัพท์ใช้ในยามฉุกเฉินได้ แต่มันกินแบตเร็วทั้งที่คุณยังต้องใช้แบตนั้นเพื่อการสื่อสาร

  • ไฟฉายหรือไฟคาดหัว ไฟคาดหัวใช้สะดวกกว่าเพราะมือว่างทั้งสองข้าง เตรียมถ่านสำรองไว้ด้วย
  • พาวเวอร์แบงก์ อย่างน้อยหนึ่งก้อน หมั่นชาร์จให้เต็มอยู่เสมอ
  • วิทยุ แบบใส่ถ่านหรือไขลาน เมื่อสัญญาณและอินเทอร์เน็ตล่ม วิทยุมักเป็นช่องทางเดียวที่ยังรับข้อมูลทางการได้
  • นกหวีด เมื่อติดอยู่ในที่อับ การเป่านกหวีดประหยัดแรงและได้ยินไกลกว่าการตะโกน ผูกไว้กับซิปกระเป๋า
ข้อมูล

เมื่อเครือข่ายแน่น การส่ง SMS มักผ่านได้ง่ายกว่าการโทร เพราะใช้ทรัพยากรเครือข่ายน้อยกว่า ตกลงกับคนในบ้านไว้ล่วงหน้า หลังเกิดภัยให้ส่งข้อความบอกว่าปลอดภัยก่อน อย่าโทรซ้ำ ๆ

เอกสาร เงินสด และเบอร์ฉุกเฉิน

เมื่อไฟดับ เครื่องรูดบัตรและการจ่ายเงินดิจิทัลอาจใช้ไม่ได้ และตู้เอทีเอ็มก็ปิด การสะสมเงินสดเป็นแบงก์ย่อย (รวมถึงเหรียญ) จึงเป็นการเตรียมที่ใช้ได้จริงมาก

สำหรับเอกสาร หลักการคือ พกสำเนา เก็บตัวจริงไว้ในที่ปลอดภัย แล้วใส่สำเนาในซองกันน้ำหรือถุงพลาสติก ในนี้รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพหรือบัตรทอง และหน้าสมุดบัญชี รวบรวมทั้งหมดไว้ในรายการที่จัดเตรียมไว้พร้อมเบอร์ติดต่อสำคัญ

เตรียมการ์ดใบเล็กที่จดเบอร์ฉุกเฉินและเบอร์คนในครอบครัวไว้ด้วย เมื่อโทรศัพท์แบตหมด กระดาษแผ่นนี้คือสมุดโทรศัพท์ของคุณ

ข้อมูล

เบอร์ฉุกเฉินที่ควรจดไว้ในไทย: สายด่วน ปภ. 1784 แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย (ตำรวจ) 191 และการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 จดเบอร์ของหน่วยงานในพื้นที่หรือ อบต./เทศบาลของคุณไว้ด้วย (ปภ./สภากาชาดไทย, 2026)

ชุดปฐมพยาบาลและยา

ชุดปฐมพยาบาลพื้นฐานรับมือปัญหาที่พบบ่อยระหว่างอพยพและในศูนย์พักพิงได้ ทั้งแผลถลอก แผลบาด พุพอง ปวดหัว และปัญหาในท้อง

  • พลาสเตอร์ยา ผ้าก๊อซ ผ้าพันแผล น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำล้างแผล สำลีชุบแอลกอฮอล์
  • ยาลดไข้และแก้ปวด ยาแก้ท้องเสียหรือลดกรด และยาสามัญประจำบ้านที่ใช้บ่อย
  • ยาประจำตัวสำหรับโรคเรื้อรังอย่างน้อยหลายวัน พร้อมสำเนาใบสั่งยา (ใช้ตอนไปรับยาเพิ่ม)
  • แว่นตาสำรองหรือคอนแทกต์เลนส์และน้ำยา หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ
  • ทิชชูเปียก กระดาษทิชชู ถุงขยะ ผ้าอนามัย และของใช้ส่วนตัว
ความเสี่ยง

การขาดยาสำหรับโรคร้ายแรง (ความดันสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ยาละลายลิ่มเลือด ยาทางจิตเวช) มักอันตรายกว่าตัวภัยพิบัติเสียอีก ให้ถือว่าสต็อกยาเป็นลำดับแรกทุกครั้งที่ตรวจสอบ ใช้และเปลี่ยนก่อนหมดอายุ อย่าปล่อยให้เสื่อมเงียบ ๆ อยู่ในกระเป๋า

เสื้อผ้า ของกันฝน และเครื่องมือ

ความหนาวและความเปียกชื้นช่วงหน้าฝนหรือกลางคืนในศูนย์พักพิงเป็นเรื่องจริง ไม่ต้องเตรียมของให้ความอบอุ่นชิ้นใหญ่ แค่แจ็กเก็ตบาง ผ้าห่มฉุกเฉิน (แผ่นฟอยล์ที่พับเล็กเท่าฝ่ามือ) และถุงเท้าแห้งก็ช่วยได้มาก

สำหรับฝน เสื้อกันฝนใช้ได้จริงกว่าร่ม เพราะมือว่างและไม่ถูกลมพัดปลิวง่าย เพิ่มเข้าไปด้วย เครื่องมืออเนกประสงค์หรือคีม เชือกหรือเทปพันของ ไม้ขีดหรือไฟแช็กกันน้ำ ถุงมือทำงาน (กันเศษแก้วและเศษซากบาด) และถุงพลาสติกขนาดใหญ่ (ใช้กันฝน รองนั่ง หรือคลุมของได้) ปากกาเมจิกหนึ่งด้ามก็มีไว้เขียนข้อความฝากได้

ทารก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และสัตว์เลี้ยง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการจัดกระเป๋าฉุกเฉินคือการจัดเฉพาะของที่ผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรงต้องใช้ ให้ปรับของในกระเป๋าให้เข้ากับสมาชิกแต่ละคน

ทารกและเด็ก

นมและขวด (หรือของใช้สำหรับให้นม) อาหารเด็ก ผ้าอ้อมและทิชชูเปียก เสื้อผ้าเปลี่ยน ของเล่นหรือของที่ทำให้สงบ และยาลดไข้สำหรับเด็ก ทารกขาดน้ำและหนาวง่ายกว่าผู้ใหญ่ จึงควรเพิ่มน้ำและของให้ความอบอุ่น

ผู้สูงอายุและผู้พิการ

ยาประจำตัวและสำเนาใบสั่งยา แว่นตาสำรอง ถ่านเครื่องช่วยฟัง เครื่องวัดความดันหรือน้ำตาลในเลือด และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ หากมีผู้ใช้รถเข็นหรือเดินลำบาก ต้องคิดเส้นทางอพยพไว้ล่วงหน้าว่าใครจะช่วย และไปทางไหน

สัตว์เลี้ยง

กระเป๋าหรือกรงใส่สัตว์ สายจูง อาหารและน้ำสำหรับหลายวัน ชามพับได้ และสำเนาสมุดวัคซีน จำไว้ว่า ไม่ใช่ศูนย์พักพิงทุกแห่งที่รับสัตว์ ให้หาข้อมูลล่วงหน้าว่ามีจุดที่รับสัตว์เลี้ยงตรงไหน จะได้ไม่ติดขัดตอนไปถึง

วิธีจัด เก็บไว้ตรงไหน ตรวจเมื่อไร

เลือกเป้สะพายสองสายที่กันน้ำได้ระดับหนึ่งและไม่ใหญ่เกินไป วางของหนัก (น้ำ อาหารกระป๋อง) ไว้ใกล้แผ่นหลังตรงกลางเพื่อให้แบกเบาขึ้น แยกของเป็นหมวดในถุงใสตามหมวดหมู่ ทั้งชุดปฐมพยาบาล เอกสาร อาหาร และของทำความสะอาด เพื่อให้หาง่ายและกันน้ำได้อีกชั้น

เรื่องที่เก็บไว้ตรงไหน มีหลักเดียว อยู่ตามทางออก หยิบได้ง่าย ใกล้ประตู ที่ชั้นวางรองเท้า หรือข้างประตูห้องนอน อย่าเก็บไว้ก้นห้องเก็บของ หากอยู่คอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์ ให้จำเส้นทางไปบันไดหนีไฟที่ใกล้ที่สุด เพราะตอนแผ่นดินไหวหรือไฟไหม้ ห้ามใช้ลิฟต์

ตรวจสอบ สม่ำเสมอ ทุกครั้งที่ตรวจให้ทำสี่อย่าง เปลี่ยนน้ำและอาหารที่ใกล้หมดอายุ ปรับยาให้เป็นปัจจุบัน เช็กว่าถ่านไฟฉายยังมีไฟ และปรับเสื้อผ้าให้เข้ากับฤดูกาลและสภาพปัจจุบันของครอบครัว (เด็กโตขึ้น สมาชิกใหม่ และอื่น ๆ)

ควรเลี่ยง

ความบกพร่องที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่จัดกระเป๋า แต่เป็นการจัดแล้วไม่เคยเปิดดูอีกเลยหลายปี พอถึงเวลาที่ต้องใช้ น้ำหมดอายุ พาวเวอร์แบงก์คายประจุไปเอง และเสื้อผ้าเด็กก็ใส่ไม่ได้แล้ว กระเป๋าฉุกเฉินเป็นของ "มีชีวิต" ต้องปรับปรุงไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของครอบครัว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

  • กระเป๋าหนักเกินไป ยัดของสำรองทั้งบ้านลงเป้ พอต้องเดินก็ทิ้งไว้ข้างหลัง
  • คิดถึงแค่ตัวเอง ลืมความต้องการเฉพาะของทารก ผู้สูงอายุ สัตว์เลี้ยง และน้ำที่ต้องเพิ่ม
  • พึ่งโทรศัพท์มากเกินไป เมื่อไม่มีไฟฉายและวิทยุแยกต่างหาก โทรศัพท์เครื่องเดียวที่แบตหมดก็ทำให้หมดทั้งแสงและข้อมูล
  • พกเอกสารตัวจริงไปทั้งหมด ตัวจริงและสำเนาอยู่ที่เดียวกัน พอหายก็หายหมด ตัวจริงเก็บที่บ้าน สำเนาใส่กระเป๋า
  • ไม่เคยตรวจสอบเลย น้ำ ยา และถ่านมีอายุ กระเป๋าที่ปล่อยทิ้งไว้จะล้มเหลวในนาทีวิกฤตแน่นอน

ตารางสรุปสิ่งของ

นี่คือบทสรุปเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะจัดของไปถึงระดับไหน ฉบับเต็มที่กดเช็กและสั่งพิมพ์ได้อยู่ที่ หน้ารายการกระเป๋าฉุกเฉิน

สิ่งของในกระเป๋าฉุกเฉิน (ต่อคน)
หมวดหลัก (72 ชั่วโมง คว้าแล้ววิ่ง)เสริม (สำหรับอยู่นานขึ้น)
น้ำพกไป 1–2 ลิตร± 3 ลิตร/วัน บางส่วนกระจายไว้ที่สมาชิกคนอื่น
อาหารบิสกิต ของแห้ง ไม่กี่ห่ออาหารกระป๋อง อาหารพร้อมทานหลายมื้อ
ไฟและพลังงานไฟฉาย/ไฟคาดหัว พาวเวอร์แบงก์ถ่านสำรอง วิทยุ
เอกสารและเงินสำเนาเอกสาร เงินสดเล็กน้อยเหมือนกัน เพิ่มเหรียญ
ปฐมพยาบาลและยาชุดปฐมพยาบาล ยาประจำตัวยาประจำตัวหลายวัน + สำเนาใบสั่งยา
เสื้อผ้าและของกันฝนเสื้อกันฝน ผ้าห่มฉุกเฉินแจ็กเก็ต ถุงเท้าแห้ง เสื้อผ้าเปลี่ยน
เครื่องมือนกหวีด เครื่องมืออเนกประสงค์ ปากกาเมจิกถุงมือ เชือก เทป ถุงพลาสติกใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

กระเป๋าฉุกเฉินกับของสำรองในบ้านเหมือนกันไหม

ต่างกัน กระเป๋าฉุกเฉินคือเป้แบบ "คว้าแล้ววิ่ง" เมื่อต้องออกจากบ้าน จึงต้องเบา ส่วนของสำรองในบ้านคือสต็อกน้ำและอาหารก้อนใหญ่กว่าสำหรับอยู่บ้านต่อ ให้แยกสองอย่างนี้ออกจากกัน กระเป๋าฉุกเฉินมีไว้เฉพาะของที่ต้องพกไปจริง ๆ

พอใช้กี่วัน

สำหรับการอพยพ เป้าหมายหลักคือ 72 ชั่วโมงแรกตามแนวทางของ ปภ. หากต้องอยู่บ้านและความช่วยเหลือยังเข้ามาไม่ถึง ให้เพิ่มน้ำและอาหารไว้หลายวัน นั่นเป็นส่วนของของสำรองในบ้าน ไม่ใช่ของในเป้

ควรตรวจบ่อยแค่ไหน

สม่ำเสมอ โดยเฉพาะน้ำ อาหาร และยา เปลี่ยนของที่ใกล้หมดอายุ เช็กว่าถ่านยังมีไฟ และปรับเสื้อผ้าให้เข้ากับฤดูกาลและสภาพของครอบครัว ทำพร้อมกิจวัตรประจำเพื่อไม่ให้ลืม

ควรเก็บกระเป๋าฉุกเฉินไว้ตรงไหน

ตามทางออกที่หยิบได้ง่าย ใกล้ประตู ชั้นวางรองเท้า หรือข้างประตูห้องนอน อย่าเก็บไว้ก้นห้องเก็บของหรือใต้ตู้ เพราะตอนต้องใช้จะหาไม่เจอ

จำเป็นต้องซื้อกระเป๋าฉุกเฉินสำเร็จรูปไหม

ชุดสำเร็จรูปเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่เกือบทุกครั้งยังต้องปรับให้เข้ากับสภาพของครอบครัว โดยเฉพาะยาประจำตัว ของใช้ของทารก และสัตว์เลี้ยง ซึ่งไม่มีสินค้าใดเตรียมมาให้ครบ

แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ

บทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่อไปนี้ และตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายน 2026:

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) / สภากาชาดไทย — แนวทางกระเป๋าฉุกเฉินหรือชุดยังชีพ (รายการสิ่งของและระยะ 72 ชั่วโมง คำแนะนำเรื่องการจัดเก็บและการตรวจสอบสม่ำเสมอ)
  • กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลสภาพอากาศ พายุ และการเตือนภัยในประเทศไทย
  • รายการเบอร์ฉุกเฉิน สายด่วน ปภ. 1784 แจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 ตำรวจ 191 และการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 (ปภ./สภากาชาดไทย, 2026)

เว็บนี้เป็นบันทึกการเตรียมพร้อมที่ประชาชนรวบรวมขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้ปฏิบัติตามประกาศอย่างเป็นทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานในพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยา และคำสั่งของเจ้าหน้าที่ บทความนี้ไม่สามารถแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ทางเทคนิค หรือคำสั่งอพยพอย่างเป็นทางการได้