ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พร้อมรับมือ

หน้าแรก / น้ำท่วม / ดินถล่ม

ดินและลาดเขา

ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก: อยู่ริมเขาต้องรู้จังหวะอพยพ

พื้นที่ภูเขาในภาคเหนือและภาคใต้ของไทยเจอฝนหนักติดต่อกันเมื่อไร ลาดเขาที่ดูมั่นคงก็อาจกลายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติได้ในชั่วข้ามคืน สิ่งที่ยากที่สุดของดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากไม่ใช่การหนี แต่คือ "รู้ว่าเมื่อไรควรออก" ออกเร็วเกินไปก็รู้สึกเสียเที่ยว ออกช้าเกินไปก็อาจไม่มีถนนให้ออกแล้ว บทความนี้จะช่วยให้คุณตรวจว่าบ้านหรือที่พักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ รู้จักสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่พอเห็นแล้วต้องเลิกลังเล และเข้าใจว่าเมื่อได้รับคำสั่งอพยพต้องทำอย่างไร สำหรับคนที่อยู่ริมเขาและชอบเข้าป่า การตัดสินใจเหล่านี้สำคัญกว่าสิ่งใด

เผยแพร่: 02-07-2026 ปรับปรุง: 02-07-2026 เวลาอ่าน: ± 8 นาที ตรวจสอบข้อมูล: กรกฎาคม 2026

จำสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน

  • ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในไทยเสี่ยงสูงสุดในพื้นที่ภูเขาภาคเหนือและภาคใต้ ช่วงมรสุมและฝนตกหนักติดต่อกัน
  • คำเตือนดินถล่มอิงจากปริมาณฝนสะสมในต้นน้ำ ไม่ใช่ฝนหน้าบ้านคุณ เมื่อทางการหรือ อปพร. สั่งอพยพ ให้ไปทันที
  • ตรวจว่าบ้าน รีสอร์ต หรือจุดกางเต็นท์อยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มหรือไม่ ผ่านกรมทรัพยากรธรณีและ ปภ.
  • สัญญาณเตือน: รอยแตกใหม่บนพื้นดินหรือกำแพง น้ำในลำธารขุ่นผิดปกติ ต้นไม้หรือเสาเอียง เสียงดังครืนจากลาดเขา น้ำในลำธารขึ้น-ลงผิดปกติ
  • อพยพให้ออกห่างจากเชิงลาดและร่องน้ำ ขึ้นที่สูงและมั่นคง อย่าวิ่งไปตามร่องน้ำหรือลงสู่ปลายน้ำ
  • กลางคืนและช่วงฝนตกหนักอันตรายที่สุด ก่อนนอนในพื้นที่เสี่ยงให้ตรวจสถานการณ์ฝนและคำเตือนอีกครั้ง

ทำไมพื้นที่ภูเขาของไทยจึงเสี่ยง

ภูมิประเทศของไทยมีพื้นที่ภูเขาและที่ลาดชันเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ หลายชุมชนตั้งอยู่บนเชิงเขา ตีนดอย หรือริมลำห้วยที่ไหลลงมาจากที่สูง ดินและหินบนลาดเขาเหล่านี้ยึดเกาะกันได้ดีในสภาพปกติ แต่เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันจนน้ำซึมลงไปอิ่มตัว น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและแรงยึดเกาะที่ลดลงก็ทำให้ลาดเขาทานไม่ไหว จนเกิดการเลื่อนไถลลงมา

ภัยพิบัติจากลาดเขามีหลายรูปแบบ ดินถล่มคือมวลดินและหินบนลาดเขาที่เลื่อนหรือพังทลายลงมา ส่วนน้ำป่าไหลหลากคือน้ำ ดิน โคลน และก้อนหินที่ปนกันไหลบ่าลงมาตามร่องน้ำและลำห้วยด้วยความเร็วสูงและแรงมาก ทั้งสองอย่างนี้ในไทยมักเกิดพร้อมกันหรือต่อเนื่องกัน เพราะฝนก้อนเดียวกันที่ทำให้ลาดเขาถล่ม ก็เป็นฝนที่พัดพาดินโคลนลงมาตามลำห้วยด้วย จุดร่วมของทั้งคู่ชัดเจนคือ เกือบทั้งหมดถูกกระตุ้นด้วยฝน

ด้วยเหตุนี้ การเตรียมรับภัยจากลาดเขาจึงมีจังหวะเวลาที่ชัดเจน ช่วงมรสุมของไทยเป็นช่วงที่ฝนตกชุกและตกหนักติดต่อกัน จึงเป็นช่วงที่ความเสี่ยงดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากสูงที่สุด คนที่อยู่ในพื้นที่ภูเขา ตีนลาด หรือใกล้ปากลำห้วย ต้องไวต่อฝนเป็นพิเศษในช่วงนี้ และที่สำคัญคือ ไม่ใช่แค่ฝนหน้าบ้าน แต่คือฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ต้นน้ำเหนือขึ้นไป

คำเตือนอิงปริมาณฝน ไม่ใช่ฝนหน้าบ้าน

การเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในไทยอิงจากปริมาณฝนเป็นหลัก กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่องฝนตกหนักและฝนสะสม ส่วนกรมทรัพยากรธรณีและ ปภ. ใช้ข้อมูลฝนร่วมกับสภาพพื้นที่เสี่ยงในการแจ้งเตือนและสั่งการ หลักการง่าย ๆ ที่ต้องเข้าใจคือ ยิ่งฝนตกหนักและตกนานในพื้นที่ต้นน้ำมากเท่าไร ความเสี่ยงที่ลาดเขาจะถล่มและน้ำป่าจะไหลหลากก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ฝนอาจไม่ได้ตกหนักตรงบ้านคุณ แต่ตกหนักอยู่บนภูเขาเหนือขึ้นไป น้ำและดินโคลนที่สะสมในต้นน้ำสามารถไหลบ่าลงมาถึงพื้นที่ปลายน้ำได้ ทั้งที่ตรงนั้นฝนแทบไม่ตก ด้วยเหตุนี้การมองแค่ท้องฟ้าและฝนตรงหัวจึงไม่พอ วิธีที่พึ่งได้มากกว่าคือ ติดตามประกาศฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจว่าที่พักของคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ และปฏิบัติตามคำสั่งอพยพของทางการหรืออาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในพื้นที่

เมื่อทางการประกาศเตือนหรือสั่งอพยพในพื้นที่ของคุณ นั่นคือสัญญาณที่ต้องเชื่อถือมากที่สุด อย่ารอให้เห็นดินถล่มด้วยตาตัวเองก่อนจึงค่อยเชื่อ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นมักไม่มีเวลาเหลือให้ตัดสินใจแล้ว

วิธีตรวจว่าที่พักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่

คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ริมเขา ไม่รู้เลยว่าบ้านของตัวเองตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม ทั้งที่การตรวจสอบเรื่องนี้ทำได้ไม่ยาก

กรมทรัพยากรธรณีเป็นหน่วยงานที่จัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มและธรณีพิบัติของประเทศ ระบุว่าหมู่บ้านและพื้นที่ใดบ้างที่มีความเสี่ยง ขณะที่ ปภ. รวบรวมข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและระบบเตือนภัยในระดับพื้นที่ ลองใช้เวลาสักครู่ตรวจดูว่าบ้าน บ้านญาติที่ต่างจังหวัด รีสอร์ตหรือจุดกางเต็นท์ที่ชอบไปเป็นประจำ อยู่ในรายชื่อพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็พอจะรู้ว่าต้องระวังแค่ไหน

เวลาตรวจ ให้ดูสองอย่าง อย่างแรกคือ ทำเลที่ตั้ง ว่าที่พักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มตามข้อมูลของทางการหรือไม่ อยู่ใกล้เชิงลาด ตีนเขา หรือปากร่องน้ำที่ไหลลงมาจากที่สูงหรือเปล่า อย่างที่สองคือ สถานการณ์ปัจจุบัน ว่าช่วงมรสุมหรือช่วงที่มีฝนตกหนัก พื้นที่ของคุณมีประกาศเตือนอยู่หรือไม่ อย่างแรกควรตรวจให้รู้ไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีฝน ส่วนอย่างที่สองคือสิ่งที่ต้องคอยจับตาเมื่อฝนเริ่มหนัก

ข้อมูล

ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มและธรณีพิบัติมาจากกรมทรัพยากรธรณี ส่วนประกาศฝนตกหนักและฝนสะสมอ้างอิงกรมอุตุนิยมวิทยา การแจ้งเตือน การสั่งอพยพ และการปฏิบัติในพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อปพร. (ตรวจสอบเมื่อกรกฎาคม 2026) บทความนี้อธิบายความหมายของคำเตือนและสิ่งที่ควรทำ แต่สถานการณ์และคำสั่งอพยพจริงให้ยึดประกาศทางการในขณะนั้นเป็นหลัก

ถ้าตรวจแล้วพบว่าที่พักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจริง ไม่ต้องตกใจ แต่ให้จำไว้ในใจ ช่วงมรสุมให้เพิ่มความใส่ใจกับฝนและคำเตือนขึ้นอีกนิด เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและเส้นทางอพยพไว้ล่วงหน้า แล้วทำตามการบ้านในส่วนถัด ๆ ไปของบทความนี้ก็เพียงพอ

สัญญาณเตือนที่พอเห็นแล้วต้องเลิกลังเล

ประกาศของทางการคือสิ่งที่ต้องยึดเป็นหลัก แต่สัญญาณที่เห็นเองก็มีค่าไม่แพ้กัน โดยเฉพาะตอนที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่เสถียรและยังไม่ได้รับแจ้งเตือน สิ่งผิดปกติที่เห็นกับตาอาจเป็นสัญญาณเตือนก้อนสุดท้ายที่คุณจะได้ สัญญาณที่หน่วยงานด้านธรณีพิบัติเตือนกันมานานมีดังนี้

  • รอยแตกใหม่บนพื้นดินหรือกำแพง พื้นดิน ถนน หรือกำแพงบ้านที่เคยปกติดี จู่ ๆ เกิดรอยแตกหรือรอยร้าวใหม่ อาจเป็นสัญญาณว่าดินด้านล่างเริ่มเคลื่อนตัว
  • น้ำในบ่อหรือลำธารขุ่นผิดปกติ น้ำที่เคยใสกลับกลายเป็นขุ่นข้นและมีดินโคลนปน มักหมายความว่าต้นน้ำเริ่มมีดินสไลด์ลงมาแล้ว
  • ต้นไม้ เสาไฟ หรือรั้วเอียง ต้นไม้ทั้งแถวหรือเสาที่เอียงผิดธรรมชาติ มักเป็นร่องรอยว่าลาดดินกำลังค่อย ๆ เลื่อนตัว
  • เสียงดังครืนจากลาดเขา น้ำป่าและดินถล่มขณะเคลื่อนตัวจะเกิดเสียงดังครืนคล้ายรถไฟหรือเสียงคำรามต่ำ ๆ ถ้าได้ยินเสียงแปลกแบบนี้จากทางลาดเขา อาจหมายความว่ากำลังเกิดขึ้นแล้ว
  • น้ำในลำธารขึ้น-ลงผิดปกติ ระดับน้ำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ที่ต้องระวังยิ่งกว่าคือน้ำที่จู่ ๆ ลดลงผิดปกติ เพราะอาจเป็นเพราะต้นน้ำถูกดินและก้อนหินอุดกั้นไว้ พอสิ่งกีดขวางนั้นแตกออก น้ำและดินโคลนจำนวนมากจะไหลบ่าลงมาทันที

สัญญาณเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องปรากฏพร้อมกันทั้งหมด และไม่ได้มาเรียงตามลำดับ ขอเพียงเห็นสักหนึ่งหรือสองอย่าง ประกอบกับที่กำลังมีฝนตกหนัก ก็ให้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ต้องออกได้แล้ว อย่ายืนดูอยู่กับที่หรือถ่ายคลิป

ควรเลี่ยง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ ตัดสินความปลอดภัยจากฝนหน้าบ้านเพียงอย่างเดียว น้ำป่าไหลหลากมักเกิดจากฝนหนักบนภูเขาต้นน้ำ ทั้งที่ปลายน้ำแทบไม่รู้สึกอะไร ฝนตรงเท้าคุณไม่มากไม่ได้แปลว่าต้นน้ำปลอดภัย อีกกับดักหนึ่งคือ อยู่ใกล้ปากร่องน้ำหรือตีนลาดโดยไม่รู้ตัว หรือรีบขนของมีค่าลงชั้นล่างหรือใต้ถุน ทั้งที่ตอนดินถล่มและน้ำป่ามา ที่ต่ำและที่ใกล้ร่องน้ำคือจุดอันตรายที่สุด

เมื่อมีคำสั่งอพยพต้องทำอย่างไร

หลักทองของการอพยพมีเพียงประโยคเดียว เมื่อได้รับคำสั่งอพยพหรือเห็นสัญญาณอันตราย ให้ไปทันทีโดยไม่ย้อนกลับไปเก็บของ เวลาสิบกว่านาทีที่เสียไปกับการขนของ อาจเป็นความต่างระหว่างถนนที่ยังผ่านได้กับถนนที่ขาดไปแล้ว

ทิศทางก็สำคัญไม่แพ้กัน การอพยพให้มุ่งไปยังที่ที่ ออกห่างจากเชิงลาดและร่องน้ำ ขึ้นที่สูงและมั่นคง อย่าวิ่งไปตามร่องน้ำหรือลำห้วย และยิ่งอย่าวิ่งลงไปทางปลายน้ำ เพราะน้ำป่าไหลหลากเคลื่อนตัวไปตามร่องน้ำลงสู่ที่ต่ำ การหนีไปตามร่องน้ำเท่ากับวิ่งไปทางเดียวกับมัน ถ้าทางการกำหนดจุดปลอดภัยหรือเส้นทางอพยพไว้แล้ว ให้ทำตามนั้นเป็นอันดับแรก

จังหวะเวลาก็ต้องคิดถึงเช่นกัน กลางคืนและช่วงฝนตกหนักคืออันตรายที่สุด ฝนมักหนักขึ้นในยามดึกขณะที่คนกำลังหลับและตอบสนองได้ช้าที่สุด กว่าจะสะดุ้งตื่นก็อาจไม่ทันแล้ว ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภูเขาและริมเขาในช่วงมรสุม ก่อนนอนควรตรวจสถานการณ์ฝนและคำเตือนอีกครั้ง อย่าปิดเสียงโทรศัพท์ เพื่อให้การแจ้งเตือนปลุกคุณให้ตื่นได้

ความเสี่ยง

มีคำสั่งอพยพหรือได้ยินประกาศแล้ว แต่ยังทอดเวลาเพื่อขนเฟอร์นิเจอร์ เฝ้าร้าน หรือรอสมาชิกในบ้านกลับมา คือความผิดพลาดร้ายแรงที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกในเหตุดินถล่ม อีกอย่างคือการตกใจแล้ววิ่งลงไปตามร่องน้ำสู่ปลายน้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่น้ำป่ากำลังพุ่งมา ให้คนออกมาปลอดภัยก่อน ทรัพย์สินค่อยว่ากันทีหลัง และเวลาอพยพให้มุ่งขึ้นที่สูงและออกห่างจากร่องน้ำเสมอ

เตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่มีฝน

การเตรียมตัวที่ช่วยชีวิตได้จริงในภัยจากลาดเขา เกือบทั้งหมดทำเสร็จตั้งแต่ฝนยังไม่ตก ก่อนเข้าฤดูฝน ให้จัดการเรื่องเหล่านี้ให้เรียบร้อยในคราวเดียว

  • ตรวจพื้นที่เสี่ยงให้ชัด ว่าบ้าน บ้านญาติ รีสอร์ตหรือจุดกางเต็นท์ที่ไปประจำ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มตามข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีและ ปภ. หรือไม่ อยู่ใกล้ร่องน้ำหรือตีนลาดหรือเปล่า
  • เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและเส้นทางอพยพ วางกระเป๋าฉุกเฉินไว้ในจุดที่คว้าได้ง่าย และลองเดินเส้นทางอพยพสักครั้งเพื่อยืนยันว่าทางขึ้นที่สูงและออกห่างจากร่องน้ำไปทางไหน ของในกระเป๋าดูได้จากหน้ากระเป๋าฉุกเฉินและรายการกระเป๋าฉุกเฉินที่กดเช็กได้
  • แบ่งหน้าที่ช่วยเหลือกันไว้ล่วงหน้า ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็กในบ้าน ตกลงกันไว้ว่าใครดูแลใคร และจะเคลื่อนย้ายอย่างไร ในชุมชนก็ช่วยกันดูได้ ลองสำรวจไว้ว่าเพื่อนบ้านคนไหนต้องการความช่วยเหลือ
  • ช่วงมรสุมให้จับตาฝนและคำเตือน ติดตามประกาศฝนตกหนักของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถานการณ์เตือนภัยในพื้นที่ ช่วงฝนหนักให้โทรศัพท์อยู่ในสภาพที่รับแจ้งเตือนได้ตลอด

การเตรียมตัวเหล่านี้เป็นชุดเดียวกับการเตรียมรับภัยในบ้านด้านอื่น ทำไปพร้อมกันจะครบถ้วนกว่า หากอยากจัดการบ้านทั้งหลังให้พร้อมในคราวเดียว อ่านรายการเต็มได้ที่เตรียมบ้านให้พร้อมรับภัยพิบัติ และเนื่องจากดินถล่มมักมาพร้อมพายุและฝนหนัก หน้าพายุและน้ำท่วมก็ควรอ่านควบคู่กันไป

คำเตือนเพิ่มเติมสำหรับผู้เดินป่าและบ้านริมเขา

ภัยจากลาดเขาไม่ได้กระทบเฉพาะผู้อยู่อาศัย คนที่เข้าป่าและไปกางเต็นท์ในพื้นที่ภูเขากลับเสี่ยงเข้มข้นกว่า เพราะส่วนใหญ่อยู่ริมลำห้วยหรือในหุบเขาพอดี หลักปฏิบัติที่ใช้ได้จริงมีดังนี้

  • เลี่ยงการกางเต็นท์ในลำห้วยและทางน้ำ ริมลำห้วยดูราบเรียบและเหมาะกางเต็นท์ แต่มันคือทางที่น้ำและดินโคลนจะผ่านพอดี เลือกจุดกางเต็นท์ที่อยู่ห่างลำห้วยและอยู่บนที่สูงกว่า
  • ฝนหนักบนภูเขาให้รีบลงก่อน ไม่ข้ามลำห้วย พอฝนตกหนักบนที่สูง ระดับน้ำในลำห้วยพุ่งสูงได้ในเวลาไม่กี่นาที แทนที่จะติดอยู่คนละฝั่ง ให้รีบลงตั้งแต่ฝนยังไม่หนักและน้ำยังต่ำ ถ้าน้ำขึ้นสูงแล้วอย่าเสี่ยงข้ามลำห้วยเด็ดขาด
  • ก่อนออกเดินทางให้ตรวจสภาพอากาศและเส้นทางปิด ดูประกาศฝนตกหนักของกรมอุตุนิยมวิทยาก่อน และเช็กว่าเส้นทางหรืออุทยานมีการปิดหรือประกาศเตือนหรือไม่ อากาศไม่ดีก็เลื่อนไปก่อน ภูเขาอยู่ตรงนั้นเสมอ

ผู้ประกอบการรีสอร์ตและจุดกางเต็นท์ก็เช่นกัน ก่อนเข้าฤดูฝนให้ตรวจว่าพื้นที่ของตนอยู่ในเขตเสี่ยงหรือไม่ เตรียมช่องทางติดต่อและแผนอพยพให้พร้อม เมื่อฝนหนักให้แจ้งผู้เข้าพักให้ลงจากพื้นที่แต่เนิ่น ๆ ซึ่งได้ผลกว่าการตามแก้ทีหลังมาก

คำถามที่พบบ่อย

คำเตือนดินถล่มดูจากอะไร

ในไทยการเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากอิงจากปริมาณฝนเป็นหลัก กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฝนตกหนักและฝนสะสม ส่วนกรมทรัพยากรธรณีและ ปภ. ใช้ข้อมูลฝนร่วมกับสภาพพื้นที่เสี่ยงในการเตือนและสั่งการ สิ่งสำคัญคือฝนที่ต้องดูอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำ ไม่ใช่แค่ฝนหน้าบ้าน เมื่อทางการหรือ อปพร. สั่งอพยพให้ไปทันที (ตรวจสอบเมื่อกรกฎาคม 2026)

จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม

ตรวจได้จากข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มและธรณีพิบัติของกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและระบบเตือนภัยของ ปภ. แนะนำให้ตรวจทั้งบ้าน บ้านญาติต่างจังหวัด และรีสอร์ตหรือจุดกางเต็นท์ที่ไปประจำ ว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อยู่ใกล้ตีนลาดหรือปากร่องน้ำหรือไม่

เห็นสัญญาณอะไรที่ต้องออกทันที

รอยแตกใหม่บนพื้นดินหรือกำแพง น้ำในบ่อหรือลำธารขุ่นผิดปกติ ต้นไม้หรือเสาเอียง เสียงดังครืนจากลาดเขา และน้ำในลำธารที่ขึ้น-ลงผิดปกติ (โดยเฉพาะน้ำที่จู่ ๆ ลดลง อาจมีสิ่งกีดขวางต้นน้ำ) ขอเพียงเห็นสักหนึ่งหรือสองอย่างในขณะที่มีฝนตกหนัก ให้รีบขึ้นที่สูงและออกห่างจากร่องน้ำทันที อย่ายืนดูอยู่กับที่

ไปเดินป่าหรือกางเต็นท์แล้วเจอฝนหนักต้องทำอย่างไร

อย่ากางเต็นท์ในลำห้วยหรือทางน้ำ พอฝนหนักบนภูเขาให้รีบลงแต่เนิ่น ๆ และเมื่อน้ำขึ้นสูงแล้วอย่าเสี่ยงข้ามลำห้วย ก่อนออกเดินทางให้ตรวจประกาศฝนตกหนักของกรมอุตุนิยมวิทยาและข้อมูลเส้นทางที่ปิด อากาศไม่ดีก็เลื่อนไปก่อน เวลาอพยพให้ขึ้นที่สูงและออกห่างจากร่องน้ำ

เวลาอพยพต้องไปทางไหน

มุ่งไปยังที่ที่ออกห่างจากเชิงลาดและร่องน้ำ ขึ้นที่สูงและมั่นคง อย่าวิ่งไปตามร่องน้ำหรือลงสู่ปลายน้ำ เพราะนั่นคือเส้นทางที่น้ำป่าไหลหลากพุ่งไป หากทางการกำหนดจุดปลอดภัยหรือเส้นทางอพยพไว้แล้วให้ทำตามนั้นก่อน และให้ออกไปทันทีโดยไม่ย้อนกลับไปเก็บของ

แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ

บทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่อไปนี้ และตรวจสอบเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026:

  • กรมทรัพยากรธรณี — ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มและธรณีพิบัติ และการเผยแพร่สัญญาณเตือนล่วงหน้าของภัยจากลาดเขา (2026)
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — พื้นที่เสี่ยง ระบบเตือนภัย การแจ้งเตือน และการอพยพร่วมกับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อปพร. (2026)
  • กรมอุตุนิยมวิทยา — ประกาศฝนตกหนักและฝนสะสม เป็นข้อมูลพื้นฐานของความเสี่ยงและคำเตือนดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก (2026)

เว็บนี้เป็นบันทึกการเตรียมพร้อมที่ประชาชนรวบรวมขึ้น ไม่สามารถแทนคำเตือนและคำสั่งอพยพอย่างเป็นทางการในขณะนั้นได้ สถานการณ์เสี่ยงภัย การเตือนภัย และคำสั่งอพยพจริง ให้ยึดประกาศของกรมทรัพยากรธรณี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นหลัก