ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
พร้อมรับมือ

หน้าแรก / คู่มือฉบับสมบูรณ์ / เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติในบ้านให้ครบในบทเดียว

คู่มือฉบับสมบูรณ์

เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติในบ้านให้ครบในบทเดียว: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับครอบครัว

ถ้าคุณอยากอ่านบทความเดียวแล้วจัดระเบียบการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติในบ้านได้ทั้งหมด หน้านี้คือบทความนั้น งานที่กระจายอยู่ตามหัวข้อต่าง ๆ ของเรา เราร้อยเรียงให้เป็นลำดับเดียว แบบ "ทำอันนี้ก่อน แล้วค่อยทำอันต่อไป" เริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของบ้านคุณ ตามด้วยน้ำและอาหาร กระเป๋าฉุกเฉิน การยึดเฟอร์นิเจอร์ การรับมือไฟดับและน้ำไม่ไหล แผนของครอบครัว เอกสารสำคัญ ไปจนถึงไทม์ไลน์ที่กดเช็กตามได้เลย แต่ละส่วนเราลิงก์ไปยังบทความที่ลงรายละเอียดลึกกว่า คุณจึงเจาะลึกต่อได้ระหว่างอ่าน

เผยแพร่: 25-06-2026 ปรับปรุง: 25-06-2026 เวลาอ่าน: ± 16 นาที ตรวจสอบข้อมูล: มิถุนายน 2026

จำสิ่งเหล่านี้ไว้ก่อน

  • ลำดับการเตรียมตัว: ประเมินความเสี่ยงก่อน แล้วค่อยสำรองน้ำและอาหาร จากนั้นจัดกระเป๋าฉุกเฉิน ยึดเฟอร์นิเจอร์ และสุดท้ายวางแผนของครอบครัว
  • น้ำคิดที่ประมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน กระเป๋าฉุกเฉินจัดให้พอใช้สำหรับ 72 ชั่วโมงแรก ส่วนของสำรองในบ้านเสริมไว้ให้พอหลายวัน
  • ตอนแผ่นดินไหว ให้ หมอบ ป้อง เกาะ ถ้าอยู่ชายฝั่งแล้วสั่นแรงหรือสั่นนาน อย่ารอเสียงสัญญาณเตือน รีบขึ้นที่สูงทันที
  • ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดในบ้านมักไม่ใช่อาคารถล่ม แต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ยึดล้มทับ และการไม่มีของเตรียมไว้เมื่อไฟดับและน้ำไม่ไหล
  • การเตรียมพร้อมไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ ต้องตรวจสอบสม่ำเสมอและปรับให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของครอบครัว

ทำไม "เตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ" ถึงดีกว่า "ค่อยวิ่งวุ่นตอนเกิดเหตุ"

ทุกครั้งที่น้ำเริ่มท่วมสูงหรือแผ่นดินไหวรับรู้ได้ทั่วเมือง ชั้นวางน้ำดื่ม ไฟฉาย ถ่าน และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อก็เกลี้ยงในไม่กี่ชั่วโมง ภาพนี้วนซ้ำแทบทุกปี และเบื้องหลังมันคือนิสัยเดียวกัน คนส่วนใหญ่ผัดการเตรียมตัวไว้จนสถานการณ์คับขันจริง ๆ ทั้งที่ตอนคับขันนั้นเอง ชั้นวางก็ว่างเปล่า ถนนก็อันตราย และหัวก็ตื่นตระหนกไปแล้ว

คุณค่าจริง ๆ ของการเตรียมพร้อมคือการย้ายการตัดสินใจทั้งหมดนั้นไปไว้ในช่วงเวลาที่ใจยังสงบ การสละสุดสัปดาห์หนึ่งมาจัดน้ำ อาหาร กระเป๋าฉุกเฉิน และการยึดเฟอร์นิเจอร์ให้เรียบร้อย ดีกว่าการคลำหาไฟฉายในความมืดตอนแผ่นดินไหว หรือเดินเท้าเปล่าข้ามเศษกระจกไปหาเอกสารมากนัก เป้าหมายของการเตรียมตัวไม่ใช่การเดาว่าภัยจะมาหรือไม่ แต่คือการทำให้แน่ใจว่าเมื่อมันมา คุณยังมีทางเลือกและมีพื้นที่ให้หายใจ

คู่มือนี้เรียงลำดับจาก "สิ่งที่ต้องทำก่อนที่สุด" ไปจนถึง "ถ้ายังมีแรงค่อยทำ" คุณไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จทั้งหมดในคราวเดียว แต่ควรทำตามลำดับ วางรากฐานที่ช่วยรักษาชีวิตให้แน่นก่อน แล้วค่อยเติมรายละเอียด

มีประโยชน์ข้อหนึ่งที่คนมักลืม ครอบครัวที่เตรียมตัวมาพอ จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าหลังภัยผ่านไป ขณะที่เพื่อนบ้านยังต่อแถวรอน้ำและรอความช่วยเหลือ คนที่มีน้ำ มีแสงสว่าง และมีแผนอยู่แล้วสามารถเก็บแรงไว้ทำเรื่องที่สำคัญกว่า ทั้งดูแลคนในบ้าน ตรวจดูความปลอดภัย และตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรืออพยพ ไม่ใช่ไปเบียดเสียดหน้าชั้นวางที่ว่างเปล่าเหมือนกัน การเตรียมตัวไม่ใช่แค่ผ่านคืนนั้นไปให้ได้ แต่คือการกันไม่ให้วันถัด ๆ ไปพังตามไปด้วย

ขั้นแรก: ประเมินว่าบ้านคุณเสี่ยงเจออะไรบ้าง

การเตรียมตัวไม่ได้แปลว่าต้องซื้ออุปกรณ์ครบทุกชนิดสำหรับภัยทุกแบบ แต่คือการเข้าใจก่อนว่า "อะไรที่มีโอกาสเกิดกับบ้านคุณมากที่สุด" แล้วทุ่มแรงไปตรงนั้น ด้วยงบและเวลาเท่ากัน คนที่อยู่ที่ลุ่มริมแม่น้ำต้องให้น้ำหนักกับน้ำท่วมก่อน ส่วนคนที่อยู่ตึกสูงในเขตที่รับรู้แรงสั่นได้ก็ต้องดูเรื่องแผ่นดินไหวก่อน จุดเน้นต่างกันมาก

ใช้เวลาสักสิบนาที ประเมินสภาพบ้านของคุณสักครั้งด้วยตารางนี้

ประเมินความเสี่ยงของบ้านอย่างรวดเร็ว (เลือกข้อที่ตรงกับสภาพของคุณ)
สภาพของคุณสิ่งที่ต้องระวังอ่านก่อน
ที่ลุ่ม ริมแม่น้ำ หรือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากน้ำท่วม น้ำเข้าบ้าน รถจมน้ำน้ำท่วม
ชายฝั่ง (เสี่ยงสึนามิ) เขตแผ่นดินไหวภาคเหนือ หรืออยู่อาคารสูงสึนามิหลังแผ่นดินไหวแรงที่ชายฝั่ง แรงสั่นรับรู้ได้บนตึกสูงแผ่นดินไหวและสึนามิ
พื้นที่เสี่ยงพายุหรือพื้นที่ชายฝั่งลมแรง ฝนหนัก ต้นไม้และป้ายล้ม ไฟดับตามมาพายุ
ชุมชนแออัดหรือตึกแถวเก่าไฟไหม้ ทางออกแคบ ไฟลามต่อตึกไฟไหม้ในบ้าน
พื้นที่ที่ไฟดับบ่อยไฟดับและน้ำไม่ไหลหลายวัน อาหารในตู้เย็นไฟดับ
มีทารก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงของใช้เฉพาะ เส้นทางอพยพ ข้อจำกัดของศูนย์พักพิงกระเป๋าฉุกเฉิน

นอกจากทำเลแล้ว ทำความรู้จักบ้านที่คุณอยู่ด้วย อายุกี่ปี โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือไม้ ทางออกที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน เบรกเกอร์ไฟหลักและวาล์วน้ำหรือถังแก๊สอยู่ตรงไหน และปั๊มน้ำหรือแท็งก์น้ำต้องอาศัยไฟฟ้าหรือเปล่า เรื่องที่ปกติไม่เคยคิดถึงเหล่านี้แหละที่ตัดสินว่าคุณจะลงมือได้เร็วแค่ไหนตอนมืดเพราะไฟดับ หรือตอนที่ต้องรีบตัดไฟและแก๊ส ค้นและจดไว้ตั้งแต่ยังมีเวลา มีประโยชน์กว่ามาหาเอาตอนสถานการณ์คับขันมาก

เมื่อประเมินเสร็จ คุณจะพอรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์แบบไหนหนึ่งหรือสองอย่าง น้ำ อาหาร กระเป๋าฉุกเฉิน และการยึดเฟอร์นิเจอร์เป็นพื้นฐานร่วมที่ทุกบ้านต้องทำ ส่วนการเตรียมเฉพาะเรื่องสำหรับสึนามิ น้ำท่วม พายุ หรือไฟไหม้ก็เลือกตามผลการประเมินที่ทำไว้ข้างต้น

น้ำและอาหาร: ต้องสำรองไว้เท่าไร

ในบรรดาของทั้งหมด น้ำมาเป็นอันดับแรก คนเราอยู่ได้หลายวันโดยไม่กินอาหาร แต่ขาดน้ำได้ไม่นาน และน้ำสะอาดนี่แหละที่หมดเร็วที่สุดและหายากที่สุดหลังเกิดภัย

เกณฑ์ที่ใช้กันคือ ประมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน (รวมน้ำดื่มและน้ำสำหรับทำความสะอาดขั้นต่ำ) ในกระเป๋าฉุกเฉินให้เตรียมไว้พอใช้สำหรับ 72 ชั่วโมงแรก ส่วนกรณีที่ต้องอยู่บ้านต่อและความช่วยเหลือยังเข้ามาไม่ถึง ให้เพิ่มน้ำและอาหารไว้ให้พอหลายวัน เลือกอาหารที่ "กินกันอยู่แล้วจริง ๆ เก็บได้นาน และไม่ต้องปรุง" เช่น ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง บิสกิต ของแห้ง ถั่ว และเครื่องดื่มแบบชง

ควรเลี่ยง

ความสิ้นเปลืองที่พบบ่อยที่สุดคือการกว้านซื้ออาหารฉุกเฉินที่ไม่คุ้นปากมาทีละมาก ๆ แล้วทิ้งทั้งหมดเพราะหมดอายุ วิธีที่ฉลาดกว่าคือ หมุนเวียนสต๊อก ของที่หยิบใช้ก็ซื้อมาเติมทันที ทำให้ของสำรองในบ้านอยู่ที่ระดับคงที่และทุกอย่างยังสดใหม่และจะถูกกินจริง รายละเอียดของในกระเป๋าและการสำรองอยู่ที่ กระเป๋าฉุกเฉิน

ภาชนะและการหมุนเวียน

น้ำดื่มบรรจุขวดที่ยังไม่เปิดให้เก็บตามที่ระบุข้างขวด ในที่เย็นและพ้นแสงแดด หากอยากสำรองมากกว่านั้น น้ำประปาเก็บได้ในภาชนะสะอาดเกรดอาหาร แต่ลักษณะนี้ควรเปลี่ยนทุกไม่กี่วัน อย่าทิ้งไว้นาน หัวใจอยู่ที่การหมุนเวียน ทุกครั้งที่ตรวจกระเป๋าฉุกเฉิน ให้ใช้น้ำที่ใกล้หมดอายุก่อนแล้วเติมขวดใหม่ ของสำรองจะได้สดใหม่อยู่เสมอ

อย่าลืมด้วยว่า นมสำหรับทารก อาหารอ่อนหรืออาหารโซเดียมต่ำสำหรับผู้สูงอายุ และอาหารฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ทดแทนด้วยอาหารทั่วไปไม่ได้ จึงต้องเตรียมแยกต่างหากและตรวจวันหมดอายุไปพร้อมกัน ทารก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำง่ายกว่า จึงควรเผื่อน้ำให้มากขึ้น ส่วนเรื่องอาหารในตู้เย็นอยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อไฟดับและควรกินตามลำดับอย่างไร เราอธิบายไว้ที่ ไฟดับ

กระเป๋าฉุกเฉิน: เป้ที่คว้าแล้ววิ่งได้

ของสำรองในบ้านมีไว้สำหรับ "อยู่บ้านต่อ" ส่วนกระเป๋าฉุกเฉินมีไว้สำหรับ "ตอนต้องออกไป คว้าแล้ววิ่ง" ทั้งสองอย่างจัดแยกกัน กระเป๋าฉุกเฉินเน้นความเบา มีเฉพาะของที่ต้องพกไปจริงตอนอพยพ ส่วนของหนักเก็บไว้ที่บ้าน

ลองนึกถึงเป้ใบเดียวที่มีของสามชั้น ชั้นที่ประคองคืนแรก (น้ำ ไฟส่องสว่าง ยา) ชั้นที่ประคองหลายวัน (อาหาร ของให้ความอบอุ่น) และชั้นที่ยืนยันว่าคุณคือใคร (สำเนาเอกสาร เงินสด) วางไว้ใกล้ประตูหรือตามทางออกที่หยิบได้ง่าย และ ตรวจสอบสม่ำเสมอ เปลี่ยนน้ำและยาที่ใกล้หมดอายุ รายละเอียดของทีละอย่างและวิธีจัดเป้อยู่ที่ กระเป๋าฉุกเฉิน และจะใช้ รายการที่กดเช็กได้ เลยก็ได้

ข้อมูล

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสภากาชาดไทยอธิบายว่ากระเป๋าฉุกเฉินจัดเตรียมไว้เพื่อให้ครอบครัวอยู่รอดได้ใน 72 ชั่วโมงแรก หลังเกิดภัย ซึ่งเป็นช่วงที่ความช่วยเหลืออาจยังเข้ามาได้จำกัด และแนะนำให้วางไว้ในจุดที่หยิบได้ง่ายพร้อมตรวจสอบสม่ำเสมอ (ปภ./สภากาชาดไทย, 2026) การทำพร้อมกิจวัตรอื่นที่ทำอยู่แล้วช่วยให้ไม่ลืม

ยึดของที่อาจล้ม ตก และติดไฟ

สำหรับคนส่วนใหญ่ที่อยู่อาคารที่สร้างตามมาตรฐาน สาเหตุการบาดเจ็บที่ใหญ่ที่สุดตอนแผ่นดินไหวมักไม่ใช่ตัวอาคารถล่ม แต่เป็น ของในบ้านที่ไม่ได้ยึดแล้วล้มทับ ทั้งตู้หนังสือ โทรทัศน์ ตู้เย็น ด้วยเหตุนี้การยึดเฟอร์นิเจอร์จึงเป็นการเตรียมที่คุ้มค่าที่สุด ใช้สุดสัปดาห์เดียวและค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่กันการบาดเจ็บที่เกิดบ่อยที่สุดได้

  • เฟอร์นิเจอร์สูงและหนักอย่างตู้หนังสือ ตู้เสื้อผ้า และตู้เย็น ให้ยึดติดกับโครงสร้างผนังด้วยฉาก L หรือสายรัด
  • ย้ายของหนักลงไว้ด้านล่าง ชั้นบนวางเฉพาะของเบา ติดตัวล็อกที่บานตู้เพื่อไม่ให้จานชามกระเด็นออกมาเวลาสั่น
  • ยึดโทรทัศน์ด้วยสายรัดนิรภัย อย่าแขวนโคมไฟหรือกรอบรูปหนักไว้เหนือหัวเตียงและโซฟาพอดี
  • เหนือและข้างหัวเตียงรวมถึงตำแหน่งที่นั่งหรือนอนประจำ อย่าวางของหนักที่อาจล้มหรือตกลงมาทับ

ท่ามาตรฐานตอนแผ่นดินไหวและรายการยึดบ้านฉบับเต็มอยู่ที่ แผ่นดินไหวและสึนามิ ในสุดสัปดาห์เดียวกันนั้น ทำเรื่องป้องกันไฟไหม้ไปด้วยเลย ทั้งติดถังดับเพลิง รู้จักจุดต้นเพลิงในครัว และเปิดทางออกให้โล่ง ทั้งหมดอยู่ที่ ไฟไหม้ในบ้าน

ผ่านช่วงไฟดับและน้ำไม่ไหลให้ได้

ผลพวงที่เกิดบ่อยที่สุดหลังแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือพายุ ไม่ใช่อาคารเสียหาย แต่เป็นไฟดับและน้ำไม่ไหล ซึ่งอาจลากยาวหลายวัน การผ่านวันแบบนั้นไปได้ขึ้นอยู่กับการเตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่โชคตอนเกิดเหตุ

ไฟดับ

แสงสว่างให้ใช้ไฟฉายและไฟคาดหัว ลดการใช้เทียน พาวเวอร์แบงก์หมั่นชาร์จให้เต็มเสมอ กฎความปลอดภัยข้อที่สำคัญที่สุด เครื่องปั่นไฟ เตาถ่าน และเตาแก๊ส ห้ามใช้ในห้องปิดหรือระเบียงที่อับอย่างเด็ดขาด ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น และพรากชีวิตได้เงียบ ๆ ในที่อับอากาศ วางเครื่องปั่นไฟไว้นอกบ้าน ห่างจากประตูและหน้าต่าง พยายามไม่เปิดตู้เย็น ตู้เย็นเก็บความเย็นได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ช่องแช่แข็งที่เต็มประมาณ 48 ชั่วโมง และที่เต็มครึ่งประมาณ 24 ชั่วโมง (FDA-USDA)

น้ำไม่ไหล

ไฟดับมักมาพร้อมน้ำไม่ไหลเพราะปั๊มน้ำหยุดทำงาน เมื่อมีประกาศเตือนสภาพอากาศเลวร้าย ให้รองน้ำที่ไม่ใช่น้ำดื่มไว้ในอ่างอาบน้ำและถังก่อน สำหรับกดชักโครกและทำความสะอาด ส่วนน้ำดื่มอาศัยสต๊อกที่พูดไปแล้ว วิธีรับมือไฟดับและน้ำไม่ไหลฉบับเต็มอยู่ที่ ไฟดับ

การสื่อสารและไฟสำหรับเครื่องมือแพทย์

เมื่อเครือข่ายและเสาสัญญาณล่ม วิทยุแบบใส่ถ่านหรือไขลานมักเป็นช่องทางเดียวที่ยังรับข้อมูลการอพยพและความช่วยเหลือทางการได้ จึงควรเตรียมไว้ เมื่อเครือข่ายแน่น การส่ง SMS มักผ่านได้ง่ายกว่าการโทร จึงตกลงกับคนในบ้านไว้ว่าหลังเกิดภัยให้ส่งข้อความก่อน ข้อสำคัญ หากมีสมาชิกในบ้านที่ต้องพึ่งเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ไฟฟ้า ให้วางแผนแหล่งไฟสำรองและเส้นทางไปสถานพยาบาลไว้ล่วงหน้า ความต้องการนี้รอจนไฟดับจริงไม่ได้

ตารางลงมือเมื่อเกิดภัยแต่ละแบบ

เตรียมตัวมาดีแค่ไหน พอเกิดเหตุจริงหัวก็ยังว่างเปล่าได้ ด้วยเหตุนี้การทำให้ "การกระทำแรก" กลายเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติจึงสำคัญ ตารางนี้คือสิ่งที่ต้องทำทันทีและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในจังหวะที่เกิดภัย ควรจำให้ขึ้นใจ

การกระทำแรกเมื่อเกิดภัย (จำให้ขึ้นใจ)
ภัยทำทันทีห้ามเด็ดขาด
แผ่นดินไหวหมอบ ป้อง เกาะ มุดใต้โต๊ะที่แข็งแรงแล้วเกาะขาโต๊ะไว้วิ่งออกนอกอาคาร ไปยืนที่วงกบประตู ใช้ลิฟต์
สึนามิ (หลังแผ่นดินไหวแรงที่ชายฝั่ง)รีบขึ้นที่สูงทันทีโดยไม่รอเสียงสัญญาณเตือนกลับไปดูทะเลตอนน้ำลด รอประกาศก่อนค่อยหนี
พายุอยู่ในอาคารที่มั่นคง ปิดประตูหน้าต่าง เก็บของที่ลมพัดปลิวได้ ติดตามประกาศออกไปดูลมหรือถ่ายรูปกลางพายุ จอดรถใต้ต้นไม้หรือป้าย
น้ำท่วมตัดไฟก่อนน้ำเข้าบ้าน ทำตามคำสั่งอพยพแล้วไปทันทีลุยน้ำขุ่นที่ไม่รู้ความลึก รั้งรอเพื่อขนของก่อน
ไฟไหม้ไฟยังเล็กรีบออก ควันหนาให้ปิดประตูอุดช่อง ก้มต่ำเลียบผนังหนีออกใช้ลิฟต์ ย้อนกลับไปเอาทรัพย์สิน ราดน้ำใส่ไฟที่เกิดจากน้ำมัน
ไฟดับใช้ไฟฉาย ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้ากันไฟกระชากตอนไฟกลับมาจุดถ่านหรือใช้เครื่องปั่นไฟในห้องปิด จุดเทียนทิ้งไว้โดยไม่ดู
ความเสี่ยง

ทุกข้อ "ห้ามเด็ดขาด" ในตารางนั้นสอดคล้องกับผู้บาดเจ็บที่เคยเกิดขึ้นจริง ทั้งถูกของตกใส่เพราะวิ่งออกนอกอาคารตอนแผ่นดินไหว ถูกคลื่นซัดเพราะกลับไปดูทะเลตอนน้ำลดก่อนสึนามิ จมน้ำหรือพลัดตกท่อเพราะลุยน้ำท่วม ติดลิฟต์ตอนไฟไหม้ และเสียชีวิตจากคาร์บอนมอนอกไซด์เพราะจุดถ่านในห้องปิด นี่ไม่ใช่การขู่ แต่เพื่อให้คุณจำ "สิ่งที่ห้ามทำ" ได้แน่นพอ ๆ กับ "สิ่งที่ต้องทำ"

แผนของครอบครัว: คนสำคัญกว่าทรัพย์สิน

ของจะครบแค่ไหน ถ้าคนในบ้านไม่ตกลงกันว่า "ตอนเกิดภัย ไปเจอกันที่ไหนและติดต่อกันอย่างไร" ก็ยังวุ่นวายอยู่ดี หัวใจของแผนครอบครัวที่ดีกลับเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่กี่อย่าง

  • จุดนัดพบสองจุด จุดหนึ่งนอกตัวบ้าน (สำหรับกรณีไฟไหม้) อีกจุดหนึ่งนอกย่านที่อยู่ (กรณีกลับเข้าบ้านไม่ได้)
  • ผู้ติดต่อนอกพื้นที่หนึ่งคน ตอนเกิดภัย การโทรหาเบอร์ต่างพื้นที่บางครั้งติดง่ายกว่าเบอร์ในพื้นที่ ให้ทั้งบ้านจำเบอร์ญาติคนหนึ่งที่อยู่ต่างจังหวัดไว้เป็น "ศูนย์กลางการติดต่อ" สำหรับรายงานว่าปลอดภัย และการส่ง SMS มักผ่านได้ง่ายกว่าการโทร
  • ระบุให้ชัดว่าใครดูแลใคร ใครไปรับลูก ใครช่วยผู้สูงอายุหรือคนที่เคลื่อนไหวลำบาก ใครดูแลสัตว์เลี้ยงและสายจูง

เรื่องที่ทำได้เลยตอนนี้มีหลายอย่าง สอนเด็กให้จำเบอร์โทรหนึ่งเบอร์ (ควรเป็นเบอร์ผู้ติดต่อนอกพื้นที่ข้างต้น) และตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับเด็กที่โรงเรียน เตรียมยาประจำตัวของผู้สูงอายุไว้อย่างน้อยหลายวันพร้อมสำเนาใบสั่งยา และคิดล่วงหน้าถึงวิธีพยุงหรือเส้นทางรถเข็นสำหรับคนที่เคลื่อนไหวลำบาก ส่วนสัตว์เลี้ยงให้เตรียมกรง สายจูง และสำเนาสมุดวัคซีน พร้อมจำไว้ว่าไม่ใช่ศูนย์พักพิงทุกแห่งที่รับสัตว์ ให้หาจุดที่รับสัตว์เลี้ยงไว้ล่วงหน้า

ความล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือแผนที่อยู่แค่ในหัวของผู้ใหญ่ ส่วนเด็กไม่รู้ว่าจุดนัดพบอยู่ตรงไหน ดังนั้นแผนต้องพูดออกมา ควรเขียนไว้ และซ้อมร่วมกันทั้งครอบครัวอย่างน้อยปีละครั้ง รายการของใช้ต่อคนเริ่มได้จาก กระเป๋าฉุกเฉิน และ รายการที่กดเช็กได้

เอกสารสำคัญและหลักฐาน

หลังเกิดภัย ไม่ว่าจะขอเคลม ยืนยันตัวตน หรือขอความช่วยเหลือ ทุกอย่างล้วนอาศัยเอกสาร ทั้งที่น้ำท่วมทำให้กระดาษเปื่อยยุ่ยและไฟไหม้เผาทุกอย่างจนหมด การเตรียมจริง ๆ ไม่ยาก ใช้แค่สองชั้นป้องกัน ชั้นแรกคือ แฟ้มกันน้ำ ที่มีสำเนาเอกสารสำคัญ (สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร บัตรประกันสุขภาพหรือบัตรทอง หน้าสมุดบัญชี โฉนดหรือสัญญาเช่า) บวกกับ สำรองบนคลาวด์ อีกชั้น (ถ่ายรูปเอกสารเก็บไว้ในที่จัดเก็บออนไลน์ที่มีรหัสผ่าน และบอกสมาชิกในครอบครัวที่ไว้ใจหนึ่งคนถึงวิธีเข้าถึง)

ตรวจดูความคุ้มครองที่คุณมีไปด้วย ถ้ามี สำหรับความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไฟไหม้ ให้จำไว้ว่า ถ่ายรูปความเสียหายเก็บเป็นหลักฐานก่อน แล้วค่อยเก็บกวาด เพราะทั้งการเคลมและการขอความช่วยเหลือล้วนอาศัยหลักฐาน รายการเอกสารที่ต้องจัดใส่กระเป๋าอยู่ในส่วนเอกสารที่ กระเป๋าฉุกเฉิน

ที่อยู่อาศัยต่างแบบ เน้นต่างกัน

บนพื้นฐานเดียวกัน ที่อยู่อาศัยแต่ละแบบมีจุดที่ต้องเสริมต่างกัน เทียบกับสถานการณ์ที่คุณประเมินไว้ในหัวข้อต้น ๆ แล้วเจาะลึกในส่วนที่ตรงกับกลุ่มของคุณ

ที่ลุ่มและริมแม่น้ำ

น้ำท่วมคือภัยอันดับแรก ยกของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีค่าให้สูงขึ้น ตัดไฟก่อนน้ำเข้าบ้าน และเมื่อไม่รู้ความลึกของน้ำอย่าลุยเข้าไป ย้ายรถออกแต่เนิ่น ๆ เมื่อมีประกาศเตือน ดูเพิ่มที่ น้ำท่วม

ชายฝั่ง

สึนามิคือภัยหลักของคุณ ทำความรู้จักเส้นทางและจุดอพยพขึ้นที่สูงที่ใกล้ที่สุด และปลูกฝังหลักหนึ่งข้อกับทั้งบ้าน เมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นที่แรงหรือสั่นนาน อย่ารอเสียงสัญญาณ ให้รีบขึ้นที่สูงทันที รายละเอียดอยู่ที่ แผ่นดินไหวและสึนามิ

อาคารสูง

ตึกสูงต้องระวังลิฟต์ที่หยุดทำงานตอนไฟดับเป็นพิเศษ จำเส้นทางไปบันไดหนีไฟที่ใกล้ที่สุด เพราะตอนแผ่นดินไหวหรือไฟไหม้ห้ามใช้ลิฟต์ และแรงสั่นบนชั้นสูงมักรู้สึกได้ชัดกว่าชั้นล่าง การยึดเฟอร์นิเจอร์จึงสำคัญยิ่ง ดูท่ามาตรฐานและการยึดบ้านที่ แผ่นดินไหวและสึนามิ

ชุมชนแออัดและตึกแถวเก่า

ทางออกจากไฟไหม้คือหัวใจ รู้จักทางออกที่มีอยู่ อย่าวางของเกะกะในซอยทางเดิน ติดถังดับเพลิง และรักษาประตูให้ผ่านได้เสมอ ดูเพิ่มที่ ไฟไหม้ในบ้าน

งบหรือเวลาจำกัด: ทำสามอย่างนี้ก่อน

มาถึงตรงนี้ รายการอาจดูเยอะจนอึดอัด จริง ๆ แล้วถ้าคุณทำได้แค่สามอย่างก่อน ให้เลือกสามข้อนี้ มันครอบคลุมส่วนที่ช่วยรักษาชีวิตได้มากที่สุดแล้ว ค่าใช้จ่ายไม่มาก แต่กันการบาดเจ็บที่เกิดบ่อยที่สุดและสถานการณ์ที่ยากที่สุด

  1. ยึดตู้ที่ใหญ่และหนักที่สุดในบ้านเข้ากับผนัง สายรัดเส้นเดียวราคาไม่แพง แต่กันสาเหตุการบาดเจ็บที่เกิดบ่อยที่สุดตอนแผ่นดินไหว ให้ทำตู้ที่อยู่ข้างหัวเตียงและตำแหน่งที่อยู่ประจำก่อน
  2. สำรองน้ำไว้หลายวัน บวกไฟฉายที่เชื่อถือได้หนึ่งอัน น้ำคือสิ่งที่หมดเร็วและหายากที่สุดหลังเกิดภัย ส่วนไฟคาดหัวหนึ่งอันทำให้ไม่ต้องคลำในความมืดตอนไฟดับ สองอย่างนี้แก้ปัญหาส่วนที่ยากที่สุดของไฟดับและน้ำไม่ไหล
  3. ตกลงจุดนัดพบหนึ่งจุดและผู้ติดต่อนอกพื้นที่หนึ่งคนกับครอบครัว ไม่เสียค่าใช้จ่ายสักบาท แต่เมื่อการสื่อสารขาดและทุกคนอยู่ข้างนอก ทั้งบ้านจะรู้ว่าต้องไปรวมตัวที่ไหนและรายงานว่าปลอดภัยกับใคร

เมื่อสามอย่างนี้เรียบร้อย คุณก็นำหน้าคนส่วนใหญ่ที่ค่อยวิ่งวุ่นตอนเกิดเหตุไปก้าวหนึ่งแล้ว ถ้ายังมีแรง ค่อยเติมกระเป๋าฉุกเฉิน เอกสาร และการเตรียมเฉพาะเรื่องทีละอย่างตามลำดับที่ว่าไป ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่เป้าหมาย การเริ่มลงมือต่างหากคือเป้าหมาย

ไทม์ไลน์ที่ลงมือทำได้ทันที

กางทุกอย่างข้างบนออกมาพร้อมกันมันดูเยอะ เราจึงแบ่งเป็นสี่ช่อง "วันนี้ สัปดาห์นี้ เดือนนี้ และตามรอบ" ทำตามไปเรื่อย ๆ ความกดดันจะลดลงมาก

ไทม์ไลน์เตรียมพร้อมรับภัยพิบัติของครอบครัว (ทำตามลำดับ ไม่ต้องเสร็จในคราวเดียว)
ช่วงเวลาสิ่งที่ทำให้เสร็จ
วันนี้ประเมินความเสี่ยงของบ้าน เช็กว่าไฟฉายยังติด ชาร์จพาวเวอร์แบงก์ให้เต็ม และบันทึกเบอร์ผู้ติดต่อนอกพื้นที่หนึ่งเบอร์
สัปดาห์นี้สำรองน้ำและอาหารที่ไม่ต้องปรุงไว้หลายวัน จัด กระเป๋าฉุกเฉิน หนึ่งใบแล้ววางไว้ใกล้ประตู
เดือนนี้ยึดเฟอร์นิเจอร์สูง ติดถังดับเพลิง จัด เอกสารสำคัญ ให้เรียบร้อย และตกลงจุดนัดพบกับแผนของครอบครัว
ตามรอบตรวจวันหมดอายุของในกระเป๋าและของสำรอง ปรับยาให้เป็นปัจจุบัน ปรับเสื้อผ้าให้เข้ากับฤดูกาล และซ้อมร่วมกันทั้งครอบครัวสักครั้ง

หากต้องการรายการที่ละเอียดกว่าสำหรับกดเช็ก ให้ใช้ รายการกระเป๋าฉุกเฉินที่กดเช็กได้ สั่งพิมพ์แล้วแปะไว้ใกล้ประตูหรือที่ตู้เย็นก็ได้

สุดท้าย ความเชื่อบางอย่างที่ควรทิ้ง

ระหว่างจัดสิ่งที่ถูกต้อง ก็สะสางความเข้าใจผิดไปด้วย เพราะการใช้วิธีที่ผิดในจังหวะคับขันอันตรายพอ ๆ กัน ความเชื่อที่แพร่หลายแต่ถูกหักล้างไปแล้วมีหลายข้อ ตอนแผ่นดินไหวอย่าไปยืนที่วงกบประตู และอย่าเชื่อทฤษฎี "สามเหลี่ยมแห่งชีวิต" ที่ถูกต้องคือ หมอบ ป้อง เกาะ หลังแผ่นดินไหวแรงที่ชายฝั่ง อย่ารอเสียงสัญญาณเตือนสึนามิ ตัวแรงสั่นนั้นเองคือสัญญาณเตือนแล้ว การติดเทปกากบาทที่กระจกหน้าต่างไม่ช่วยกันกระจกแตกอย่างที่เชื่อกัน การจุดถ่านในห้องปิดตอนไฟดับทำให้เกิดพิษคาร์บอนมอนอกไซด์ และไฟที่เกิดจากน้ำมันทอดอาหารห้ามราดน้ำเด็ดขาด ให้ใช้ฝาหม้อปิดแล้วปิดเตา ที่มาและวิธีที่ถูกต้องของแต่ละเรื่องอยู่ในบทความของหัวข้อนั้น ๆ ที่ลิงก์ไว้ข้างบน และสรุปรวมอยู่ที่ คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ขั้นแรกของการเตรียมพร้อมในครอบครัวคืออะไร

ประเมินก่อนว่าภัยอะไรที่มีโอกาสเกิดกับบ้านคุณมากที่สุด (จากทำเล ประเภทที่อยู่ อายุอาคาร และสมาชิกในบ้าน) แล้วทุ่มแรงไปตรงนั้น พื้นฐานร่วมคือน้ำและอาหาร กระเป๋าฉุกเฉิน และการยึดเฟอร์นิเจอร์ ส่วนการเตรียมเฉพาะเรื่องค่อยเลือกตามผลการประเมิน

น้ำและอาหารต้องเตรียมไว้กี่วัน

น้ำคิดที่ประมาณ 3 ลิตรต่อคนต่อวัน กระเป๋าฉุกเฉินจัดให้พอใช้สำหรับ 72 ชั่วโมงแรก ส่วนการอยู่บ้านต่อให้เพิ่มไว้ให้พอหลายวัน เลือกอาหารที่กินกันอยู่แล้ว เก็บได้นาน และไม่ต้องปรุง โดยใช้วิธีหมุนเวียนสต๊อกเพื่อไม่ให้กองจนหมดอายุ

เรื่องไหนที่ควรทำก่อนที่สุดในบ้าน

ถ้าทำได้แค่อย่างเดียว ให้ยึดเฟอร์นิเจอร์สูงและหนักเข้ากับผนัง การบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวส่วนใหญ่มาจากเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ยึดแล้วล้มทับ ขณะที่การยึดมีค่าใช้จ่ายต่ำและใช้สุดสัปดาห์เดียว เป็นการเตรียมที่คุ้มค่าที่สุด

เตรียมเสร็จแล้วถือว่าจบตลอดไปไหม

ไม่ น้ำ ยา และถ่านมีอายุ และความต้องการของครอบครัวก็เปลี่ยนไป ตรวจสอบและปรับปรุงตามรอบ แล้วซ้อมร่วมกันทั้งครอบครัว การทำพร้อมกิจวัตรอื่นช่วยให้ไม่ลืม

อยู่คอนโดหรืออะพาร์ตเมนต์ยังต้องเตรียมแบบนี้ไหม

ต้อง เพียงเน้นต่างกันเล็กน้อย ชั้นสูงต้องระวังลิฟต์ที่หยุดตอนไฟดับมากขึ้น และตึกเก่าต้องให้ความสำคัญกับทางออกจากไฟไหม้ก่อน ส่วนพื้นฐานเรื่องน้ำและอาหาร กระเป๋าฉุกเฉิน และแผนของครอบครัวก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน

แหล่งอ้างอิงและการตรวจสอบ

บทความนี้สรุปรวมบทความแต่ละหัวข้อในเว็บนี้ และตรวจสอบเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลสาธารณะต่อไปนี้:

  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) / สภากาชาดไทย — แนวทางกระเป๋าฉุกเฉินหรือชุดยังชีพ (รายการสิ่งของและระยะ 72 ชั่วโมง คำแนะนำเรื่องการจัดเก็บและการตรวจสอบสม่ำเสมอ) และท่ามาตรฐานตอนแผ่นดินไหว "หมอบ ป้อง เกาะ" รวมถึงการเฝ้าระวังสึนามิในพื้นที่ชายฝั่ง
  • กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลสภาพอากาศ พายุ และการเตือนภัยในประเทศไทย
  • FDA / USDA — ระยะที่อาหารในตู้เย็นและช่องแช่แข็งยังปลอดภัยเมื่อไฟดับ
  • FEMA — ข้อมูลความปลอดภัยเรื่องน้ำท่วม (ความลึกของน้ำที่ทำให้คนล้มและพัดรถลอย)

เว็บนี้เป็นบันทึกการเตรียมพร้อมที่ประชาชนรวบรวมขึ้นเพื่อช่วยให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้ปฏิบัติตามประกาศและคำเตือนล่าสุดของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานในพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยา และคำสั่งของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก บทความนี้ไม่สามารถแทนคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญหรือคำสั่งอย่างเป็นทางการได้